ฎีกาที่ 1943/2497
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 71
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
เมื่อศาลพิจารณาเห็นว่าผู้ใด มีความผิดหลายกะทง ในคำพิพากษาอันเดียวกัน ศาลจะพิพากษาลงโทษตามกะทงความผิดทุกกะทงก็ได้ แต่เมื่อรวมโทษทุกกะทงเข้าด้วยกัน ถ้าจะต้องจำคุก อย่าจำให้เกินยี่สิบ...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 116
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดหมิ่นประมาทต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่อันชอบด้วยกฎหมายก็ดี หรือหมิ่นประมาทต่อเจ้าพนักงานเพราะเหตุได้กระทำการตามหน้าที่นั้นก็ดี ท่านว่ามันมีความผิดต้องรวางโทษานุโทษเป...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 119
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน ผู้กระทำการตามหน้าที่อันชอบด้วยกฎหมาย ท่านว่ามันมีความผิด ต้องรวางโทษานุโทษเป็นสามสถาน คือ สถานหนึ่งให้จำคุกไม่เกินกว่าหกเดือน สถานหนึ่งให้ปรับไม่...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 282
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดใส่ความเอาผู้อื่น ซึ่งอาจจะให้เขาเสียชื่อเสียง หรืออาจจะให้คนทั้งหลายดูหมิ่นหรือเกลียดชังเขานั้น ถ้ามันกล่าวต่อหน้าคนแต่สองคนขึ้นไปก็ดี หรือกล่าวแก่บุคคลนับแต่สองคนขึ้นไปก็ดี...
ย่อสั้น
ความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานตามมาตรา 119 นั้นผู้กระทำผิดต้องกระทำแก่เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่อันชอบด้วยกฎหมายดังนี้ เมื่อจำเลยกระทำการต่อสู้หรือขัดขวางแก่พนักงานเทศบาล มิได้กระทำต่อโจทก์(อดีตนายกเทศมนตรี)เป็นส่วนตัว โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย คำว่า "มันเที่ยวฟ้องคนทั้งบ้านทั้งเมือง" นั้นหาใช่เป็นคำใส่ความตามมาตรา 282 ไม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดกฎหมายหลายกระทงคือ ก. บังอาจกล่าววาจาแสดงกิริยาขัดขวางนายเก่งพนักงานเทศบาลกับพวกผู้ไปทำการรังวัดถนนและคูเมืองสาธารณะโดยโจทก์เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสกลนครสั่งไป จำเลยแสดงกิริยาท่าทางโกรธมากจนนายเก่งกับพวกไม่กล้ารังวัด ข. ด่าและ หมิ่นประมาท โจทก์ต่อหน้าบุคคลแต่สองคนขึ้นไปว่า"นายกบ้า ๆ นายกหมา ๆ นายกส้นตีน มันเที่ยวฟ้องคนทั้งบ้านทั้งเมือง"เป็นการ หมิ่นประมาท โจทก์ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 116, 119, 282, 71 ศาลชั้นต้นสั่งงดไม่ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ เห็นว่าโจทก์ฟ้องในฐานะส่วนตัวภายหลังจากพ้นตำแหน่งนายกเทศมนตรีแล้ว ฟ้องข้อ ก. โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำผิดต่อเจ้าพนักงานโจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายตามฟ้องข้อ ข. คำบรรยายในฟ้องเป็นถ้อยคำภาษาธรรมดา ไม่เป็นเหตุให้ผู้เสียหายเสียชื่อเสียงหรือให้คนทั้งหลายดูหมิ่นเกลียดชังจำเลยไม่ควรมีผิดตามมาตรา 282 ที่โจทก์ว่าเป็นการ หมิ่นประมาท โจทก์ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานนั้น โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเช่นเดียวกันในข้อ ก.พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ยกฟ้องตามข้อ ข.ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องตามคำฟ้อง ข้อ ข. ตามมาตรา 116 แห่งกฎหมายลักษณะอาญาแล้ว วินิจฉัยชี้ขาดไปตามรูปคดี โจทก์ฎีกาว่า ตามฟ้องข้อ ก. โจทก์มีอำนาจฟ้องตามมาตรา 28(2)ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพราะความเสียหายเกิดขึ้นแก่โจทก์ผู้สั่งงานหรือนายเก่งก็เช่นกันตามฟ้องข้อ ข. ที่ว่า "มันเที่ยวฟ้องคนทั้งบ้านทั้งเมือง" นั้นเป็นการใส่ความ หมิ่นประมาท โจทก์ตามมาตรา 282 ศาลฎีกาเห็นว่าตามฟ้องข้อ ก. นั้นจำเลยกระทำการต่อสู้หรือขัดขวางแก่นายเก่งพนักงานเทศบาลหาใช่กระทำต่อโจทก์ไม่ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนคำว่า "มันเที่ยวฟ้องคนทั้งบ้านทั้งเมือง" ในฟ้องข้อ ข. นั้น เห็นว่าคำกล่าวเช่นนี้หาใช่เป็นคำใส่ความอันจะเป็นความผิดฐาน หมิ่นประมาท ตามมาตรา 282 แห่งกฎหมายลักษณะอาญาไม่พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1943/2497 นายณรงค์ วงศ์สกล โจทก์ นายประยูร ศรีดามา จำเลย ป.วิ.อ. ม. 28 (2) กฎหมายลักษณะอาญา ม. 119 , ม. 282