ฎีกาที่ 873/2496
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 72
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดถูกพิพากษาให้ลงโทษ เพราะได้กระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใด แลเมื่อมันได้พ้นโทษไปแล้ว ไปกระทำความผิดขึ้นอีก ภายในเวลาที่ท่านกำหนดไว้ ท่านว่ามันไม่เข็ดหลาบ ผู้ใดศาลพิจารณาได้ความจ...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 293
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ถ้าหากว่าการลักทรัพย์ได้กระทำประกอบด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังว่าต่อไปในมาตรานี้ คือ (1) ลักทรัพย์เขาในเวลากลางคืนก็ดี (2) ลักทรัพย์เขา โดยปีนบ่าย หรือตัดช่องเข้าไปลักภายในบริเวณ...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 298
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดลักทรัพย์ ด้วยใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น หรือขู่เข็ญว่าจะทำร้ายเขา เพื่อเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด คือ (1) เพื่อประโยชน์ที่จะตระเตรียมการ หรือให้เป็นความสะดวกในการที่มันจะลักทรัพย์ ก็ดี...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 299
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ถ้าการชิงทรัพย์นั้น ประกอบด้วยความฉกรรจ์อย่างหนึ่งอย่างใด เช่นว่าไว้ในมาตรา 293 แลมาตรา 295 ท่านว่ามันผู้กระทำผิด ต้องรวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีขึ้นไปจนถึงสิบปี แลให้ปรับตั้งแต่ร้อยบ...
ย่อสั้น
จำเลยเคยต้องคำพิพากษาคดีอาญาฐาน ลักทรัพย์ มา 3 ครั้งแต่เวลานั้นจำเลยมีอายุน้อย ศาลเรียกประกันทัณฑ์บนบ้างต้องขังมาพอแก่โทษบ้าง ส่งโรงเรียนดัดสันดานบ้าง ต่อมาจำเลยมากระทำผิดฐาน ลักทรัพย์ ต้องจำคุก 4 เดือน ครั้ง 1 และต้องโทษฐานรับของโจรจำคุก 2 เดือนอีกครั้งหนึ่ง และในครั้งหลังจำเลยมากระทำผิดฐานชิงทรัพย์อีก ดังนี้ ย่อมเป็นการแสดงโดยชัดแจ้งว่า จำเลยเป็นผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย ต้องเพิ่มโทษกักกันตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย 2479
ย่อยาว
คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 293, 298, 299, 72 และลงโทษกักกันจำเลย ฯลฯ ศาลอาญาพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 299 จำคุก 3 ปี เพิ่มโทษตามมาตรา 72 อีก 1 ใน 3 เป็นโทษจำคุก 4 ปี ลดตามมาตรา 59 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ฯลฯส่วนโทษกักกันให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า เมื่อจำเลยพ้นโทษฐานชิงทรัพย์นี้แล้วให้ส่งตัวจำเลยไปกักกันมีกำหนด 3 ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกฐาน ลักทรัพย์ มีกำหนด 4 เดือนครั้ง 1 และต้องคำพิพากษาให้จำคุกฐานรับของโจรมีกำหนด 2 เดือน อีกครั้งหนึ่ง รวมเป็น 2 ครั้ง ซึ่งไม่ใช่ความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษ ความผิดฐานชิงทรัพย์ที่จำเลยกระทำครั้งนี้ตามมาตรา 4 แห่ง พระราชบัญญัติกักกัน ก็บัญญัติว่าเป็นเหตุร้าย และจำเลยยังเคยต้องคำพิพากษาอีก 3 คดี ล้วนแต่เป็นความผิดฐาน ลักทรัพย์ ทั้งสิ้น หากเวลานั้นจำเลยมีอายุน้อยศาลเรียกประกันทัณฑ์บนบ้าง ส่งโรงเรียนดัดสันดานบ้าง แล้วจำเลยยังมากระทำผิดฐาน ลักทรัพย์ และรับของโจร จนต้องจำคุกดังกล่าวย่อมเป็นการแสดงโดยชัดแจ้งว่า จำเลยเป็นผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายต้องเพิ่มโทษกักกันตามที่ศาลอุทธรณ์ชี้ขาดมา จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 873/2496 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายชาติ ขันทะนิโย จำเลย พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479