ฎีกาที่ 1229/2496
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายให้โจทก์ จำเลยรับว่าสั่งจ่ายเช็คนั้นจริงเพื่อกิจการอย่างหนึ่ง แต่ถึงกำหนดกิจการนั้นเลิกล้มไปเพราะโจทก์ประพฤติผิดสัญญาแต่ในวันชี้สองสถานจำเลยแถลงว่าออกเช็คให้โจทก์เนื่องจากมีสัญญาจะ เช่า ห้องโจทก์ภายใน 7 วัน ครั้นครบ 7 วันจำเลยไม่สามารถหาเงินมา เช่า ห้องได้ ดังนี้เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา จึงถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ได้รับเช็คโดยชอบและสุจริต จำเลยไม่พ้นความรับผิดไปได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 900
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คธนาคารกรุงเทพฯ ซึ่งจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายให้โจทก์เป็นเงิน 20,000 บาท กับดอกเบี้ย โดยกล่าวว่าโจทก์เป็นผู้ทรงโดยสุจริต ได้นำเช็คนี้ไปขึ้นเงินแล้วธนาคารไม่ยอมจ่าย โดยอ้างว่าจำเลยห้ามการใช้เงิน จำเลยให้การว่า ออกเช็คให้โจทก์จริงเพื่อกิจการอย่างหนึ่งเมื่อถึงกำหนดกิจการนั้นล้มเลิกไป จำเลยจึงห้ามธนาคารจ่ายเงิน ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 20,000 บาทกับดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายให้โจทก์ จำเลยให้การรับว่าเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คนั้นเพื่อกิจการอย่างหนึ่ง แต่จะขอสืบว่าเหตุที่จำเลยสั่งธนาคารระงับการจ่ายเงินตามเช็ค เป็นเพราะกิจการนั้นเลิกล้มไปโดยโจทก์ผิดสัญญาแต่ในรายงานการชี้สองสถานจำเลยได้แถลงว่าการออกเช็คเนื่องจากมีสัญญาจะ เช่า ห้องโจทก์ภายใน 7 วัน ครั้นครบกำหนด 7 วัน จำเลยไม่สามารถหาเงินมา เช่า ห้องได้เช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่จำเลยเองเป็นฝ่ายผิดสัญญา ฉะนั้นจึงถือได้ว่าโจทก์ได้รับเช็คโดยชอบและสุจริต จำเลยไม่พ้นความรับผิดไปได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 900 จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1229/2496 นายเปล่ง เธียรประสิทธิ์ โจทก์ นายเล่าป้วยเอี้ยน จำเลย ป.พ.พ. ม. 987 , ม. 991 , ม. 900 , ม. 914