ฎีกาที่ 1199/2496
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ที่ที่ตัดฟันต้นสักเป็นที่ป่าอยู่แล้ว มีผู้เข้ามาถากถางทำการเพาะปลูกถั่วงาพืชล้มลุกชั่วฤดูคราว โดยยังไม่ได้รับหนัง สือสำคัญเกี่ยวกับกรรมสิทธิแต่อย่างใด เช่นนี้ยังเรียกไม่ได้ว่าผู้นั้นได้มาซึ่งที่ดินอันมีต้นสักนั้นตามกฎหมายที่ดิน ฉะนั้นจึงต้องถือว่าเป็นป่าตามกฎหมายป่าไม้ ผู้ใดไม่มีสิทธิจะตัดฟันไม้สักในที่นั้นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานได้.
ย่อยาว
คดี 6 สำนวนนี้ ศาลพิจารณาพิพากษารวมกันมา โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยตัดฟันไม้สักในป่าและซักลากเคลื่อนที่ไปไว้ที่ ริมฝั่งแม่น้ำปิง โดยมิได้รับอนุญาต ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า นายผัน นายนาคจำเลยในคดีดำที่ 70, 71, 72, 73 และนายยาจำเลยคดีดำที่ 71 มีความผิดฐาน ตัดฟันไม้สักตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 11 - 73 ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้ง 6 สำนวนฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ที่ตัดฟันไม้สักเป็นที่ป่าอยู่แล้ว จำเลยมาถากถางทำการปลูกถั่วงาพืชล้มลุกชั่วฤดูคราว ส่วนต้นไม้สัก เว้นไว้ และนางขำ นายชวน นายชิน นางส้มเช้า จำเลย ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดิน ขายต้นสักนั้นให้นายผันจำเลยทำ การตัดฟัน แม้จำเลยจะทำการปลูกพืชดังกล่าวมานาน ที่ป่านั้นก็หากลายเป็นที่ของจำเลยไม่ ฯลฯ จึงพิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1199/2496 อัยการกำแพงเพชร โจทก์ นางส้มเช้า พุ่มไม้ ที่ 1 นายนาค เฟื่องฟุ้ง ที่ 2 จำเลย นายผัน มงคล นายผัน ที่ 1 นายนาค ที่ 2 นายชวน ชู่ชื่น ที่ 3 จำเลย นายผัน ที่ 1, นายนาค ที่ 2, นายยาหรือบุญธรรม วันดี ที่ 3 จำเลย นายผัน ที่ 1, นายนาค ที่ 2, นางชำ ที่ 3 จ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484