ฎีกาที่ 1056/2496
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ทางเกวียนที่แยกจากทางหลวงแผ่นดิน ติดต่อเข้าไปในนาจำเลยไปยังนาโจทก์ ซึ่งเจ้าของนาเดิมของโจทก์ตลอดจนโจทก์ได้ใช้ทางเกวียนนี้ต่อเนื่องกันมาเกิน 10 ปีแล้วทางเกวียนดังกล่าวย่อมตกเป็น ภาระจำยอม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1401 ประกอบด้วยมาตรา1382 จำเลยจะปิดเสียไม่ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า มีทางเกวียนและทางสัตว์พาหนะไปสู่ทางเกวียนสาธารณะเป็นทางนำเกวียนและสัตว์พาหนะเข้าออกนาของโจทก์มา 40 ปีแล้วบัดนี้จำเลยดำนาปิดทางนี้เสียครึ่งหนึ่ง โจทก์นำเกวียนผ่านเข้าออกนาของโจทก์ไม่ได้ จึงขอให้จำเลยเปิดทางตามเดิม จำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นที่นาของจำเลยไม่เคยตกเป็นภารจำยอม นาของโจทก์ไม่ถูกล้อมโดยมีทางอื่นเดินได้ ศาลชั้นต้นเห็นว่า หลักฐานไม่พอฟังว่าได้มีทางเกวียนในนาของจำเลย จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยเปิดทางพิพาทกว้าง 6 ศอกเพื่อให้โจทก์ใช้เป็นทางเกวียนและสัตว์พาหนะไปยังนาของโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า น่าเชื่อว่ามีทางเกวียนในนาของจำเลยคือทางพิพาทนี้ซึ่งเจ้าของนาเดิมของโจทก์ตลอดจนโจทก์เองได้ใช้ต่อเนื่องกันมากว่า 10 ปีแล้ว จำเลยไม่มีอำนาจจะปิดทางพิพาทได้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2496 นายแหล้ แก้วกิตติ ที่ 1 นายซุน ตาคำ ที่ 2 โจทก์ นายพิมพ์ สมญาภักดี ที่ 3 โจทก์ นายรอด ลือไพบูลย์ จำเลย ป.พ.พ. ม. 1382 , ม. 1401