ฎีกาที่ 1274/2496
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 50
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
บุคคลที่กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด แต่พอสมควรแก่เหตุ โดยมีความจำเป็นเพื่อป้องกันชีวิตร์ เกียรติยศ แลชื่อเสียง หรือทรัพย์ของตัวมันเองก็ดี หรือของผู้อื่นก็ดี เพื่อให้พ้นภยันตราย ซึ่งเ...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 249
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดกระทำโดยเจตนาให้ผู้หนึ่งผู้ใดถึงแก่ความตาย ท่านว่ามันฆ่าคนโดยเจตนา มีความผิดให้ลงอาญาแก่มันตามโทษานุโทษเป็นสามสถาน คือ สถานหนึ่งให้ประหารชีวิต ให้มันตายตกไปตามกัน สถานหนึ่งให้...
ย่อสั้น
ผู้ตายมีความพยาบาทดักซุ่มทำร้ายจำเลย พอจำเลยกลับจากธุระเดินผ่านไป ผู้ตายเอาก้อนหินขว้างถูกคิ้วจำเลยแตกแล้วใช้มีดแทงจำเลยถูกแขนขวา 3 แผล และหน้าอกตรงราวนมขวาใกล้รักแร้ 1 แผล จำเลยเตะขาผู้ตายแล้วชกถูกแขนผู้ตายมีดหลุดจากมือผู้ตาย จำเลยแย่งมีดมาได้ผู้ตายกระโดดเข้ากอดปล้ำจำเลยจำเลยจึงใช้มีดแทงผู้ตาย แล้วผู้ตายปล่อยมือที่กอด และล้มลงจำเลยก็ออกวิ่งไปขอความช่วยเหลือเพื่อนบ้าน ผู้ตายขาดใจตายอยู่ตรงนั้นในเวลาไล่ๆ กันนั้นด้วยพิษบาดแผลที่ถูกจำเลยแทงรวม 5 แผล แต่ที่ฉกรรจ์ถึงตายอยู่ที่ไหปลาร้าและลิ้นปี่ทะลุใน นอกนั้นเล็กน้อย ดังนี้ตามรูปเรื่องดูเป็นการแลกชีวิตต่อชีวิต ไม่มีทางจะยับยั้งชั่งใจได้ดีกว่านั้น และลักษณะการเช่นนี้แม้การกระทำของจำเลยจะหนักเบาไปหน่อย ก็ควรวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่จำเลยซึ่งถูกคู่อาฆาตดักลอบทำร้ายเอาโดยไม่ทันรู้ตัว และกำลังอยู่ในฐานะคับขันมาก ยากแก่การจะคะเนมือให้พอเหมาะพอดีได้ นับว่าเป็นการป้องกันชีวิตโดยพอสมควรแก่เหตุ
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐาน ฆ่า คนตายโดยเจตนา ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 จำเลยต่อสู้ว่ากระทำโดยป้องกัน ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 7 ปีตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 249-53 แต่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยกระทำโดยป้องกัน จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อเท็จจริง ตามศาลล่างฟังมาว่าในวันเกิดเหตุเวลาหัวค่ำ ยังไม่มืดสนิท ผู้ตายมีความพยาบาทดักซุ่มทำร้ายจำเลยพอจำเลยกลับจากธุระเดินผ่านไป ผู้ตายเอาก้อนหินขว้างถูกคิ้วจำเลยแตก แล้วใช้มีดเข้าแทงจำเลยถูกแขนขวา 3 แผลและหน้าอกตรงราวนมขวาใกล้รักแร้ 1 แผล จำเลยเตะขาผู้ตายแล้วชกถูกแขนผู้ตาย มีดหลุดจากมือผู้ตาย จำเลยแย่งมีดมาได้ ผู้ตายกระโดดเข้ากอดปล้ำจำเลย จำเลยจึงใช้มีดแทงผู้ตาย แล้วผู้ตายปล่อยมือที่กอดและล้มลง จำเลยก็ออกวิ่งไปขอความช่วยเหลือเพื่อนบ้าน ผู้ตายขาดใจตายอยู่ตรงนั้นในเวลาไล่ ๆ กันนั้นด้วยพิษบาดแผลที่ถูกแทงรวม 5 แผล แต่ที่ฉกรรจ์ถึงตายอยู่ที่ไหปลาร้าและลิ้นปี่ทะลุใน นอกนั้นเล็กน้อย จำเลยต้องไปรักษาบาดแผลอยู่ที่โรงพยาบาล 14 วันจึงหาย ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุอาฆาตดักซุ่มทำร้ายจำเลยในที่มืด จำเลยจำต้องต่อสู้เพื่อป้องกันชีวิตในขณะคับขันไม่มีทางเลี่ยง ตอนที่จำเลยแย่งมีดได้แล้ว ก็ยังไม่พ้นภัยเลย เพราะผู้ตายยังไม่ลดละ เข้ากอดปล้ำตัวจำเลยอีก ผู้ตายร่างใหญ่กว่าอายุ 29 แก่กว่าจำเลยถึง 5 ปีจำเลยถูกผู้ตายแทงบาดเจ็บเลือดโทรมอ่อนเพลียอยู่แล้วด้วย ถ้าผู้ตายแย่งมีดกลับไปได้ชีวิตของจำเลยจะล่อแหลมต่อภยันตรายที่สุด ตามรูปเรื่องดูเป็นการแลกชีวิตต่อชีวิตไม่มีทางจะยับยั้งชั่งใจได้ดีกว่านั้น และลักษณะการเช่นนี้แม้การกระทำของจำเลยจะหนักเบาไปหน่อย ก็ควรวินิจฉัยให้เป็นคุณแก่ฝ่ายจำเลยซึ่งถูกคู่อาฆาตดักลอบกระทำร้ายเอาโดยไม่ทันรู้ตัว และกำลังอยู่ในฐานะคับขันมาก ยากแก่การคะเนมือให้พอเหมาะพอดีได้ นับว่าเป็นการป้องกันชีวิตโดยพอสมควรแก่เหตุ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1274/2496 อัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นายมี เตจ๊ะ จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 50 , ม. 249