ฎีกาที่ 1319/2495
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องกันเองขแให้ลงโทษทางอาญาศาลไต่สวนมูลฟ้องแล้ว สั่งงดสืบพยานต่อไปแล้ว ยกฟ้งอโจทก์เสีย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องต่อไป แล้วสั่งหรือพิพากษาใหม่นั้น จำเลยจะฎีกายังไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องระหว่างศาลกับโจทก์ ส่วนจำเลยยังมิได้เข้ามามีฐานะเป็นคู่ความตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 165 วรรค 3
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลย หมิ่นประมาท โจทก์ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 282, 284, 286 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง สืบตัวโจทก์ไปได้ 1 ปาก โจทก์จะขอสืบพยานนายอนันต์อีก 1 ปาก แต่ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว ให้งดสืบพยานแล้วยกฟ้องโจทก์เสีย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องต่อไปแล้วสั่งหรือพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ป.ม.วิ.อาญามาตรา 165 วรรค 3 ก่อนศาลประทับฟ้องมิให้ว่า จำเลยอยู่ในฐานะเช่นนั้น ฉะนั้นการที่ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องต่อไปแล้วสั่งหรือพิพากษาใหม่จึงเป็นเรื่องระหว่างศาลกับโจทก์จำเลยไม่มีสิทธิฎีกา จึงพิพากษาให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1319/2495 นายเทา รักษาเขตต์ โจทก์ นายพุ่ม ญาติกระโทก ที่ 1, นายเนตร แก้วระเวีย ที่ 2, นายผึ่ง แก้วระเวีย ที่ 3, นายจิว แก้วระเวีย จำเลย ป.วิ.อ. ม. 165.