ฎีกาที่ 148/2495
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์เคยฟ้องเรียกทรัพย์มรดกของสามีผู้วายชนม์จากจำเลย จนศาลได้พิพากษาให้แบ่งสินสมรสและแบ่งปันมรดกไปแล้ว แม้ทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องขึ้นใหม่ในคดีใหม่ในคดีใหม่เป็นทรัพย์คนละอย่างกับคดีก่อนแต่ก็เป็นเรื่องเรียกทรัพย์จากจำเลยมาแบ่งเป็นสินสมรส และแบ่งมรดกเช่นเดียวกัน อันเรียกได้ว่าเป็นประเด็นเดียวกับคดีก่อน ซึ่งได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน จึงเป็นฟ้องที่ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 148 แม้โจทก์ได้ขอสงวนสิทธิไว้ในคดีก่อน แต่ศาลก็มิได้พิพากษาว่าไม่ตัดสิทธิจะฟ้องร้องว่ากล่าว หรือนัยหนึ่งไม่ได้ให้สิทธิโจทก์ที่จะฟ้องร้องใหม่ได้ จึงไม่ทำให้โจทก์กลับมีอำนาจฟ้องคดีใหม่ได้
ย่อยาว
คดีนี้ โจทก์ฟ้องเรียกสินสมรสและมรดกของนายสมพงษ์สามี และบิดาโจทก์ผู้วายชนม์เป็นเงิน 98,050 บาท 65 สตางค์ ซึ่งจำเลยได้ครอบครองไว้ จำเลยต่อสู้ว่า ฟ้องซ้ำ และคดีขาดอายุความแล้ว ฯลฯ โจทก์จำเลยรับว่า ทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องนี้ยังไม่ได้ว่ากล่าวกันในคดีเรื่องก่อน จำเลยยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในข้อที่จำเลยตัดฟ้อง ศาลชั้นต้น วินิจฉัยว่าไม่เป็น ฟ้องซ้ำ ให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์, ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาต่อมา ศาลฎีกา เห็นว่า ในคดีเรื่องก่อนโจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์มรดกของนายสมพงษ์ผู้วายชนม์จากจำเลย จนศาลได้พิพากษาให้แบ่งสินสมรสและแบ่งปันมรดกเสร็จไปแล้ว แม้ทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องขึ้นใหม่ในคดีนี้ เป็นทรัพย์คนละอย่างกับคดีก่อน แต่ก็เป็นเรื่องเรียกทรัพย์จากจำเลยมาแบ่งเป็นสินสมรสและแบ่งมรดกเช่นเดียวกัน อันเรียกได้ว่าเป็นประเด็นเดียวกับคดีก่อน ซึ่งได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันจึงเป็นฟ้องที่ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 148 แม้โจทก์ได้ขอสงวนสิทธิไว้ในคดีก่อน แต่ศาลก็ไม่ได้พิพากษาว่าไม่ตัดสิทธิที่โจทก์จะฟ้องร้องว่ากล่าว หรือนัยหนึ่งศาลมิได้ให้สิทธิจะฟ้องใหม่ได้ จึงไม่ทำให้โจทก์กลับมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 148/2495 นางเฮียง สภารัตน์ ด.ญ.มุ ยเตียง ,ด.ญ.กิมลั้ง, ด.ญ.ปิ่นทอง, ด.ญ.บุญเหลือ สภารัตน์ กับในฐานะรับ มรดก ด.ช.สนั่น สภารัตน์ที่ 1, พนักงานอัยการสุรินทร์ โจทก์ นายสุย แซ่ตัง ที่ 1, นายใหญ่หรือเองศัก สภารัตน์ที่ 2 จำเลย ป.วิ.พ. ม. 148.