ฎีกาที่ 1930/2494
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยยื่นคำร้องขอระบุพยานพร้อมด้วยยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันนัดพิจารณา 2 วันเข้าไปกว่ากำหนดเวลาตามมาตรา 88 ป.ม.วิ.แพ่ง เพียง 1 วัน โดยอ้างเหตุความจำเป็นที่ต้องไปติดตามคนร้ายยักยอกข้าว ดังนี้ เมื่อศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญ ซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี ก็มีอำนาจสั่งอนุญาตได้และไม่จำเป็นจะต้องไต่สวนก่อนสั่งอนุญาตเสมอไป
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์ มรดก จากจำเลย ผู้ซึ่งเป็นทายาทด้วยกัน จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยครอบครองทรัพย์ มรดก มาฝ่ายเดียว เกิน 1 ปี คดีของโจทก์ขาดอายุความแล้ว ศาลชั้นต้นเห็นว่า สำหรับที่โฉนดที่ 1293 โจทก์ปกครองมาฝ่ายเดียว ส่วนโฉนดที่ 934 ถือว่าโจทก์ปกครองร่วมด้วย จึงพิพากษาให้แบ่งที่ดินโฉนดที่ 934 ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยปกครองที่ดินมาฝ่ายเดียวทั้ง 2 โฉนด จึงพิพากษาแก้ว่าที่ดินโฉนดที่ 934 ก็เป็นของจำเลยด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาคงฟังข้อเท็จจริงตามศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยปกครองที่ดินมาฝ่ายเดียวทั้ง 2 แปลง ส่วนข้อที่โจทก์คัดค้านว่า จำเลยยื่นระบุพยานฝ่าฝืนกฎหมายนั้น ปรากฎว่าจำเลยยื่นคำร้องขอระบุพยานพร้อมด้วยยื่นบัญชีระบุพยาน ก่อนวันนัดพิจารณา 2 วัน ช้าไปกว่ากำหนดเวลาตามมาตรา 88 เพียง 1 วัน โดยอ้างเหตุความจำเป็นที่ต้องไปติดตามคนร้ายยักยอกข้าว ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานได้ ก็คงเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและความจำเป็นตามที่กฎหมายบัญญติไว้ และไม่จำเป็นจะต้องไต่สวนก่อนสั่งอนุญาตเสมอไป ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้แล้ว จึงพร้อมกันพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1930/2494 นายโว๊ต คันหิน โจทก์ นายทองคำ คันหิน จำเลย ป.วิ.พ. ม. 21 , ม. 87 , ม. 88