ฎีกาที่ 388/2494
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
แม้ข้อบังคับของบริษัทจะมีความว่า "ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้จัดการคนใดคนหนึ่งหรือกรรมการอื่นร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปมีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัทในเอกสาร ตราสาร หรือหนังสือสำคัญได้ " ประธานกรรมการก็มีอำนาจสั่งปากเปล่า (ไม่ใช่การเซ็นชื่อ) ให้ทำกิจการของบริษัทโดยตรงได้เมื่อไม่ปรากฎว่าการสั่งในกรณีเช่นนั้นอยู่ในอำนาจของผู้ใดเป็นพิเศษ และต้องถือว่ามีผลผูกพันบริษัท
ย่อยาว
คดีนี้ เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลย ล้มละลาย แล้ว ในการรวบรวมทรัพย์สินของผู้ ล้มละลาย ปรากฎต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าจำเลยมีสิทธิที่จะได้รับชดใช้ค่าเสียหายจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ที่สั่งให้จำเลยหยุดการทำการก่อสร้างตัวตึกธนาคารที่สาขาสาม+เป็นเงิน 102,200 บาทจึงได้แจ้งให้ธนาคารกรุงศรีอยุธยาส่งเงินจำนวนดังกล่าวต่อกองบังคับคดี ล้มละลาย แต่ธนาคารปฏิเสธ เจ้าพนักงานบังคับคดียืนยันอีกครั้งหนึ่ง ธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลแพ่ง ศาลแพ่งไต่สวนพยานทั้งสองฝ่ายแล้วฟังว่า จำเลยได้หยุดก่อสร้าง เพราะหลวงประเจิด ฯ ประธานกรรมการธนาคารผู้ร้องเป็นผู้สั่ง และหยุดอยู่ประมาณ 1 ปีเศษ จึงได้ก่อสร้างต่อ ส่วนค่าเสียหายฟังว่าผู้ร้องต้องรับผิดเพียง 57700 บาท จึงมีคำสั่งให้ผู้ร้องชำระหนี้ของผู้ ล้มละลาย ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นเงิน 57700 บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้ ล้มละลาย ได้หยุดงานก่อสร้างโดยความสมัครใจ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย จึงพิพากษากลับให้จำหน่ายชื่อผู้ร้องจากบัญชีลูกหนี้ของผู้ ล้มละลาย โดยคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสีย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า หลวงประเจิด ฯ ประธานกรรมการเป็นผู้สั่งให้ผู้ ล้มละลาย หยุดการก่อสร้าง โดยไม่ปรากฎว่าผู้ ล้มละลาย ได้ตกลงยินยอมด้วย ฝ่ายธนาคารผู้ร้องจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา+ปัญหาที่ว่า คำสั่งของหลวงประเจิดฯไม่ผูกพันธนาคารผู้ร้องนั้น ปรากฎตามข้อบังคับของธนาคารข้อ 7 วรรค 2 มีว่า "ประธานกรรมการ หรือกรรมการผู้จัดการคนใดคนหนึ่ง หรือกรรมการอื่นรวมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป มีอำนาจลงลายมือชื่อแลประทับตราของบริษัทในเอกสาร ตราสารหรือหนังสือสำคัญได้" ซึ่งแสดงว่าประธานกรรมการแต่เพียงผู้เดียวก็มีอำนาจเซ็นชื่อแทนบริษัทได้ เรื่องนี้แม้จะเป็นการสั่งปากเปล่า ไม่ใช่การเซ็นชื่อ แต่ก็เป็นกิจการของบริษัทโดยตรง และไม่ปรากฎว่า การสั่ง+กรณีเช่นนี้อยู่ในอำนาจของผู้ใดเป็นพิเศษ จึงต้องถือว่า ประธานกรรมการมีอำนาจสั่งได้และมีผล+พันธนาคารผู้ร้องตามที่ศาลแพ่งชี้มาเรื่องค่าเสียหายเห็นควรให้ 262600 บาท จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ผู้ร้องชำระค่าเสียหาย+ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 388/2494 บริษัทชุมแสง จำกัด (โดยนายเปงกวาง กรรมการ ) โจทก์ นายก๊กหรือก๊กอุ้น แซ่อู้ จำเลย ธนาคารแห่งกรุงศรีอยุธยา จำกัด ผู้ร้อง ป.พ.พ. ม. 1144