ฎีกาที่ 1435/2493
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
สัญญาเช่าสวนมีกำหนด 3 ปี กำหนดค่าเช่ากันเป็นรายปี แต่ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โดยบอกกล่าวล่วงหน้าหนึ่งเดือน ดังนี้ การบอกกล่าวล่วงหน้า เพื่อเลิกสัญญาจึงหมายว่า ต้องกระทำไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน ก่อนสุดระยะเวลาหนึ่งปี ในกรณีเช่นนี้ ถ้าผู้ให้เช่าไม่ยอมให้ผู้เช่าครอบครองสวนตามสัญญา ซึ่งไม่มีสิทธิจะทำเช่นนั้นได้ ก็ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้เช่าและผู้เช่าก็มีสิทธิได้รับชดใช้ค่าเสียหายเพราะขาดประโยชน์ชั่วระยะเวลา 1 ปีแรก เท่านั้น การคำนวณค่าเสียหายจากการที่ไม่ได้เข้าทำสวนส้มนั้นต้องคำนวณจากผลส้มที่ได้ หักค่าใช้จ่ายที่จะต้องลงทุน เช่น ค่าอุปกรณ์การทำสวนส้มและค่าแรง ซึ่งจะต้องใช้สิ้นเปลืองไปกับค่าเช่าเป็นต้น
ย่อยาว
กรณีเนื่องจากคำพิพากษาฎีกาที่ 942/2490 ซึ่งได้พิพากษาว่าโจทก์จำเลยนี้ได้ทำสัญญาเช่าที่สวนกัน แล้วก่อนถึงเวลาที่โจทก์จะเข้าใช้สถานที่ จำเลยกลับบอกเลิกสัญญา โดยไม่มีสิทธิที่จะทำเช่นนั้น จำเลยย่อมต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่โจทก์จึงขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาประเด็นเรื่องค่าเสียหายแล้วพิพากษา ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยคืนค่าเช่าพร้อมทั้งดอกเบี้ยเป็นเงิน 1,147 บาท 50 สตางค์ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย เนื่องแต่โจทก์ขาดผลประโยชน์ไม่ได้ทำสวนตามสัญญาเช่า คิดเฉลี่ยเป็นเงินปีละ 3,000 บาท 3 ปีเป็นเงิน 9,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสัญญาเช่ารายนี้ จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โดยบอกกล่าวล่วงหน้าหนึ่งเดือน การเช่าสวนรายนี้ได้กำหนดค่าเช่ากันเป็นรายปี การบอกกล่าวล่วงหน้าเพื่อเลิกสัญญานั้นจึงหมายว่าต้องกระทำไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือนก่อนสุดระยะเวลา 1 ปีโจทก์จึงมีสิทธิได้รับชดใช้ค่าเสียหายเพราะขาดผลประโยชน์ชั่วระยะเวลา 1 ปีแรกเท่านั้น ส่วนค่าเสียหายควรคิดเป็นจำนวนเงินเท่าใดนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าในปี พ.ศ. 2489 นั้น โจทก์ควรจะได้ส้มทั้งสวนอย่างสูง 20,000 ผล ราคาร้อยละ 50 บาทเป็นเงิน 10,000 บาท หักค่าใช้จ่ายที่จะต้องลงทุน เช่น ค่าอุปกรณ์การทำสวนส้ม และค่า แรงงาน ซึ่งโจทก์จะต้องใช้สิ้นเปลืองไปเป็นเงินประมาณ 4,000 บาทกับค่าเช่า ซึ่งโจทก์จะต้องเสีย แต่ได้เรียกคืนไปแล้วอีก 1,000 บาท รวมทั้งหมดเป็นเงิน 5,000 บาท ค่าเสียหายที่โจทก์น่าจะได้ จึงไม่ควรเกิน 5,000 บาท จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์เป็นเงินทั้งหมด เป็นเงิน 5,000 บาท นอกนั้นยืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1435/2493 นายยู่กิ๊ด แซ่เฮง โจทก์ นายอับดุลลาอะมัน จำเลย ป.พ.พ. ม. 391 , ม. 222 , ม. 537