ฎีกาที่ 1727/2493
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 214
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดปลอมบัตร์ตราอย่างใดใด ซึ่งรัฐบาลให้ทำไว้ใช้ในการไปรสนีย์ การบุรษากร แลการสรรพากรก็ดี หรือมันแปลงบัตร์ตราเช่นว่านั้นอย่างใดโดยเจตนาจะให้ใช้เป็นบัตร์ตราที่ราคาสูงกว่าที่แท้ก็ดี...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 216
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดบังอาจใช้บัตร์ตราอย่างใดใด ที่ว่ามาในมาตรา 214 มาตรา 215 ที่มันรู้อยู่แล้วว่าเป็นบัตร์ตราปลอมแปลงนั้นก็ดี หรือปรากฏว่ามันมีบัตร์ตราที่มันรู้อยู่ว่าเป็นของปลอมแปลงไว้ โดยเจตนาจ...
ย่อสั้น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งให้กรมสรรพสามิตจัดทำแสตมป์สุราขึ้นใช้ในสมัยที่ใช้ พ.ร.บ. ภาษี ชั้นใน(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2486 นั้น หาจำเป็นต้องออกเป็นกฎกระทรวงเสียก่อนดังเช่น พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493บังคับไว้ ก็สมบูรณ์และย่อมถือว่าแสตมป์สุรานั้นเป็นบัตรตาม กฎหมายแล้ว ผู้ใดมีไว้หรือใช้แสตมป์สุราปลอม ย่อมมีผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 216 ฟ้องหาว่าจำเลยมีและใช้แสตมป์สุราปลอม ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 216 นั้น ย่อมหมายถึงแสตมป์สุราตาม พ.ร.บ. ภาษี ชั้นในนั่นเอง แม้โจทก์ไม่อ้างพ.ร.บ. ภาษี ชั้นในมาก็หาทำให้เป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่ การมีแสตมป์สุราปลอมไว้จำหน่ายนั้นเป็นผิดมาตรา 216 ในกรณีที่ศาลชั้นต้นยังไม่ได้ชี้ขาดข้อเท็จจริงนั้นกฎหมายบัญญัติให้ศาลอุทธรณ์ ฎีกามีอำนาจสั่งย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นชี้ขาดข้อเท็จจริงได้ แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ฎีกาเห็นไม่จำเป็นต้องใช้อำนาจนั้น ก็ชี้ขาดข้อเท็จจริงไปได้โดยไม่ต้องใช้อำนาจที่ กฎหมายให้ไว้ดังกล่าว
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบกันมีและใช้แสตมป์สุราปลอม อันเป็นบัตรที่รัฐบาลทำไว้ใช้ในราชการสรรพสามิตซึ่งเป็นส่วนของสรรพากรขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 216 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ของกลางไม่ใช่บัตราตามความในกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 214 จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 216 ให้จำคุกจำเลยคนละ 4 เดือน ของกลางให้ริบ นายเกียงจำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า แสตมป์สุราในสมัยที่จำเลยกระทำผิดนั้นกรมสรรพสามิตได้กำหนดให้ทำขึ้นเพื่อใช้ในกิจการตามพระราชบัญญัติ ภาษี ชั้นใน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2486 มาตรา 3 ข้อ 4 ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้สั่งให้จัดทำโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน เป็นการกระทำแสตมป์สุราขึ้นโดยชอบด้วยพระราชบัญญัติ ภาษี ชั้นในฉบับนั้นแล้ว การที่โจทก์ไม่อ้างพระราชบัญญัติ ภาษี ชั้นใน ฉบับนั้นมาหาเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมไม่เพราะเมื่อฟ้องอ้างว่า แสตมป์สุราก็ต้องเป็นแสตมป์สุราตามกฎหมายดังกล่าวแล้ว จำเลยจะเถียงว่าจำเลยไม่รู้กฎหมายอันว่าด้วยแสตมป์สุราย่อมฟังไม่ขึ้น ข้อที่จำเลยคัดค้านว่า แสตมป์สุราไม่เป็นบัตราตามกฎหมายเพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่ได้ออกกฎกระทรวงก่อนนั้นเห็นว่า การที่รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสั่งให้กรมสรรพสามิตจัดทำแสตมป์สุราขึ้นในสมัยที่ใช้พระราชบัญญัติ ภาษี ชั้นใน (ฉบับที่ 4) 2486 นั้น หาจำเป็นต้องออกเป็นกฎกระทรวงเสียก่อน เช่นพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 บังคับไว้ ข้อที่คัดค้านว่า ศาลชั้นต้นยังไม่ได้ชี้ขาดข้อเท็จจริงนั้นเห็นว่า กฎหมายบัญญัติให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจสั่งย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นชี้ขาดข้อเท็จจริงได้เมื่อศาลอุทธรณ์ฎีกาเห็นไม่จำเป็นต้องใช้อำนาจนั้น เช่นในคดีเรื่องนี้ ก็ชี้ขาดข้อเท็จจริงไปได้ไม่ต้องใช้อำนาจที่กฎหมายให้ไว้ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1727/2493 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายเกียง แซ่ตั้ง ที่ 1 นายเจริญ แก้วมณี ที่ 2 จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 214 , ม. 216 ป.วิ.อ. ม. 208 , ม. 214 ป.วิ.พ. ม. 240 พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2486