ฎีกาที่ 1313/2493
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ตามธรรมดาถือว่า คลองเป็นทางสาธารณะ เพราะเป็นทางอาศัยสัญจรไปมาในทางน้ำ ที่ดินอันมีเขตติดคลอง ซึ่งเป็นทางสาธารณะแล้ว เจ้าของที่ดินจะอ้างว่าไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 ย่อมฟังไม่ได้ที่ดินในลักษณะเช่นที่กล่าวนี้ เจ้าของจะเรียกร้องขอทางจำเป็นจากเจ้าของที่ดินติดต่อไม่ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยปิดทางเดินอันเป็น ภาระจำยอม สำหรับโจทก์เสีย แล้วเปิดทางใหม่คือทางพิพาทแทนแล้วกลับปิดเสียอีกจึงฟ้องขอให้เปิด จำเลยต่อสู้ว่า ทางเดินเก่าไม่ใช่ ภาระจำยอม ส่วนทางใหม่ใช้เดินชั่วฤดูทำนาโดยมีที่ปิดเปิด ที่ดินของโจทก์มิได้ตกอยู่ในที่ล้อม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเปิดทาง โดยเห็นว่าเป็นทางจำเป็น ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่ของโจทก์มิได้ตกอยู่ในที่ล้อม ไม่ต้องด้วยลักษณะจำเป็นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1349 พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ทางเก่าไม่ได้ความว่าเจ้าของเดิมหรือโจทก์ใช้ทางนั้นมาเกินกว่า 10 ปี ส่วนที่ว่าจะเป็นทางจำเป็นหรือไม่ ก็ได้ความว่าที่ดินของโจทก์ทางด้านเหนือและด้านตะวันออก จดลำรางและคลองหนองขุมตามธรรมดาถือว่าคลองเป็นทางสาธารณะ เพราะเป็นทางอาศัยสัญจรไปมาในทางน้ำ ก็เมื่อปรากฏว่าที่ดินของโจทก์ติดอยู่กับทางสาธารณะดังนี้แล้วโจทก์จะอ้างว่าโจทก์ไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะตามบัญญัติของมาตรา 1349 ก็ย่อมฟังไม่ได้ ที่ดินของโจทก์ไม่อยู่ในลักษณะที่จะเรียกร้องขอทางจำเป็นจากจำเลยได้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1313/2493 นางหรีด แสงพราย โจทก์ นายหนุน ม่วงเจริญสุข จำเลย ป.พ.พ. ม. 1304 , ม. 1349