ฎีกาที่ 1736/2493
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 71
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
เมื่อศาลพิจารณาเห็นว่าผู้ใด มีความผิดหลายกะทง ในคำพิพากษาอันเดียวกัน ศาลจะพิพากษาลงโทษตามกะทงความผิดทุกกะทงก็ได้ แต่เมื่อรวมโทษทุกกะทงเข้าด้วยกัน ถ้าจะต้องจำคุก อย่าจำให้เกินยี่สิบ...
- รวมฉบับ
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 131
พ.ศ. 2484 · effective_date
ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ท่านใช้ให้มีหน้าที่จัดซื้อ หรือทำ หรือปกครองรักษาทรัพย์สิ่งใดใด ถ้ามันมิได้มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายแลมันยักยอกเอาทรัพย์สิ่งนั้น ๆ ไปเป็นของมันเสียก็ดี...
ย่อสั้น
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 131 ถึง 4 กระทง จำคุก 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดตามมาตรา 131 เพียงกระทงเดียวจำคุก 2 ปี ดังนี้ ถือว่าแก้ไขมาก ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ย่อยาว
คดีนี้ มีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเฉพาะจำเลยที่ 1 โดยศาลทหารกรุงเทพฯพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ยักยอก ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131 รวม 4 กระทง กระทงแรกให้จำคุก 2 ปี อีก 3 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี ผิดตามมาตรา 225(1) ฐานปลอมหนังสือสำคัญ จำคุก 1 ปี ผิดฐานทำลายซ่อนเร้นหนังสือสำคัญในราชการตามมาตรา 129 ให้จำคุก 3 เดือน รวมโทษ 6 กระทง เป็น 6 ปี 3 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลทหารกลางพิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 1 ผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ยักยอก ตามมาตรา 131 เพียง 1 กระทง ให้จำคุก 2 ปี นอกนั้นยืนตามศาลทหารกรุงเทพฯ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ยักยอก ตามมาตรา 131นั้น ศาลทหารกลางพิพากษาบทกฎหมายที่ศาลชั้นต้นวางโทษไว้ 4 กระทงเหลือแต่เพียงกระทงเดียว เรียกว่าแก้ไขมาก เพราะแก้ทั้งบทและกำหนดโทษจำเลยฎีกาข้อเท็จจริงได้ ส่วนในข้อหาอื่นฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงในเรื่อง ยักยอก แล้ว เห็นว่าจำเลยกระทำผิดจริง จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1736/2493 อัยการศาลทหารกรุงเทพฯ โจทก์ ร.อ.เจือ พ่วงภักดี ที่ 1 จ.ส.ต.เจียม รังคะกลิน ที่ 2 จำเลย ป.วิ.อ. ม. 218 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 71