ฎีกาที่ 1191-1192/2493
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ฟังความเบื้องต้นต่างกัน แต่ในที่สุดศาลเดิมและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยไม่ได้กระทำผิดดังข้อที่โจทก์กล่าวหา ดังนี้ โจทก์จะฎีกาไม่ได้ ต้องห้ามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219
ย่อยาว
คดี 2 สำนวนนี้เป็นเรื่องเดียวกัน ศาลชั้นต้นได้พิจารณาพิพากษารวมกันมา โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลย ยักยอก ทรัพย์ของนางเสงี่ยมโจทก์ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โดยฟังข้อเท็จจริงว่า ทรัพย์ที่หาว่าจำเลย ยักยอก เป็นของจำเลยเอง ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ทรัพย์ที่หาว่า ยักยอก เดิมเป็นของจำเลยจริง เนื่องจากจำเลยเอาไปขายฝากไว้กับพระยาอธิกรณ์ ๆ แล้วไม่ได้ไถ่คืนในกำหนด ของหลุดเป็นสิทธิแก่พระยาอธิกรณ์ ๆ ยกให้นางเสงี่ยม โจทก์ จึงถือว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์รายนี้ แต่ภายหลังนางเสงี่ยมคืนทรัพย์ รายนี้ให้แก่จำเลยไปเด็ดขาดโดยเจตนาเพียงแต่ให้จำเลยเอาเงินมาชำระมูลหนี้เดิม 30,000 บาทแต่อย่างเดียวเท่านั้น จำเลยจะเอาทรัพย์นั้นไปขายหรือทำอะไรก็ตามหาใช่เรื่อง ยักยอก ไม่ จึงพิพากษายืน อัยการและนางเสงี่ยมฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังความเบื้องต้นต่างกันอยู่ก็จริง แต่ในที่สุดศาลเดิมศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยไม่ได้กระทำผิดดังข้อที่โจทก์กล่าวหา เมื่อเป็นเช่นนี้โจทก์จะฎีกาไม่ได้ ต้องห้ามตามมาตรา 219 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พิพากษาให้ยกฎีกาอัยการและนางเสงี่ยมโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1191 - 1192/2493 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายดุล รักตประจิตต์ ที่ 1 นางเลิศ รักตประจิตต์ ที่ 2 จำเลย นางฉลวย รักตประจิตต์ ที่ 3 จำเลย นางเสงี่ยม จาติกวณิช โจทก์ นายดุล รักตประจิตต์ ที่ 1 นางเลิศ รักตประจิตต์ ที่ 2 จำเลย นางฉลวย รักตประจิตต์ ที่ 3 จำเลย ป.วิ.อ. ม. 219