ฎีกาที่ 1154/2493
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 71
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
เมื่อศาลพิจารณาเห็นว่าผู้ใด มีความผิดหลายกะทง ในคำพิพากษาอันเดียวกัน ศาลจะพิพากษาลงโทษตามกะทงความผิดทุกกะทงก็ได้ แต่เมื่อรวมโทษทุกกะทงเข้าด้วยกัน ถ้าจะต้องจำคุก อย่าจำให้เกินยี่สิบ...
- รวมฉบับ
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 131
พ.ศ. 2484 · effective_date
ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ท่านใช้ให้มีหน้าที่จัดซื้อ หรือทำ หรือปกครองรักษาทรัพย์สิ่งใดใด ถ้ามันมิได้มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายแลมันยักยอกเอาทรัพย์สิ่งนั้น ๆ ไปเป็นของมันเสียก็ดี...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 314
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลรักษาหรือเก็บทรัพย์ หรือจัดการทรัพย์อย่างใดใดของผู้อื่น หรือเป็นทรัพย์ที่ผู้อื่นมีส่วนเป็นเจ้าทรัพย์อยู่ด้วยก็ดี หรือได้รับมอบหมายทรัพย์ไว้ เพื่อให้...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 319
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดได้รับมอบหมายทรัพย์ไว้ในเหตุเหล่านี้ คือ (1) โดยฐานมันเป็นเสมียน หรือเป็นคนใช้ของผู้ที่มอบทรัพย์นั้น ก็ดี (2) โดยฐานมันเป็นผู้จัดการทรัพย์สมบัติของผู้อื่นตามคำสั่งของศาล หรือต...
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงาน ยักยอก เงินของทางราชการกองทัพเรือ จำเลยให้การรับสารภาพ และตามคำพยานหลักฐานก็ปรากฏว่าจำเลยรับราชการในแผนกสมุหบัญชีอยู่แล้ว สมุหบัญชีได้มอบเงินทางราชการมาให้จำเลยจ่ายเงินเดือนซึ่งเป็นการมอบหมายมาในหน้าที่ แม้จะเป็นการมอบหมายให้ปกครองรักษาไว้ชั่วคราวก็ตาม เมื่อจำเลย ยักยอก เอาไปก็มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นพันจ่าโทและเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รับเงินราชการของกองทัพเรือมาจ่ายเป็นเงินเดือนให้แก่ทหารในกองสัญญาณทหารเรือ แต่จำเลยกลับบังอาจ ยักยอก เงินดังกล่าวแล้ว 52,055 บาท 56 สตางค์ ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย แล้วหนีราชการไปจากต้นสังกัด ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131, 314, 319, 71 ประมวลกฎหมายอาญาทหารมาตรา 46(4) กับขอให้คืนเงิน จำเลยรับสารภาพ ศาลทหารกรุงเทพฯ พิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐาน ยักยอก ตามมาตรา 319(3) กระทงหนึ่ง และฐานหลบหนีราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 46(4) อีกกระทงหนึ่ง ศาลทหารกลางพิพากษาแก้เฉพาะเรื่อง ยักยอก ให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131 จำเลยฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลทหารกลาง ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำฟ้อง คำรับสารภาพ ประกอบด้วยคำพยานหลักฐานฟังได้ว่า จำเลยเป็นพันจ่าโท รับราชการในกองสัญญาณทหารเรือประจำโรงเรียนจ่าวิทยุ แต่ทำหน้าที่เป็นแผนกสมุหบัญชีอีกตำแหน่งหนึ่งเรือเอกประจญ มิ่งขวัญ สมุห์บัญชีได้มอบหมายให้จำเลยทำใบสำคัญเงินเดือนและจ่ายเงินเดือน ในวันที่กล่าวหา จำเลยได้รับเงินจากเรือเอกประจญมาเพื่อทำการจ่ายเงินเดือน จำเลยมอบเงินประมาณ 10,000 บาท ให้จ่าโทจรูญ วงศ์งาม จ่ายแทนโดยจำเลยบอกว่าปวดท้อง แล้วจำเลยหนีราชการไปเลย ปรากฏว่าจำเลย ยักยอก เงินของหลวงที่รับมอบหมายไป 52,055 บาท 56 สตางค์ ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงาน ยักยอก เงินของทางราชการกองทัพเรือ จำเลยให้การรับสารภาพ และตามคำพยานหลักฐานปรากฏว่า จำเลยรับราชการในแผนกสมุห์บัญชีอยู่แล้ว สมุห์บัญชีได้มอบเงินของทางราชการมาให้จำเลยจ่ายเงินเดือน ซึ่งเป็นการมอบหมายมาในหน้าที่ แม้จะเป็นการมอบหมายให้ปกครองรักษาไว้ชั่วคราวก็ตาม เมื่อจำเลย ยักยอก เอาไป ก็มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131 จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1154/2493 อัยการศาลทหารกรุงเทพฯ โจทก์ พลทหารเกียรติ พรรณธรรม จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 131