ฎีกาที่ 1070/2493
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 118
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดเอาความอย่างใดใด ที่มันรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จและอาจจะทำให้ผู้อื่น หรือสาธารณชนเสียหายได้นั้น มาแจ้งแก่เจ้าพนักงาน ท่านว่ามันมีความผิด ต้องรวางโทษานุโทษเป็นสามสถาน คือ สถานหนึ่...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 158
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดแกล้งเอาความที่มันรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จไปร้องเรียน หรือฟ้องกล่าวโทษผู้อื่นไซ้ ท่านว่ามันมีความผิด ต้องรวางโทษจำคุกตั้งแต่เดือนหนึ่งขึ้นไปจนถึงสองปี แลให้ปรับตั้งแต่ยี่สิบบาทข...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 282
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดใส่ความเอาผู้อื่น ซึ่งอาจจะให้เขาเสียชื่อเสียง หรืออาจจะให้คนทั้งหลายดูหมิ่นหรือเกลียดชังเขานั้น ถ้ามันกล่าวต่อหน้าคนแต่สองคนขึ้นไปก็ดี หรือกล่าวแก่บุคคลนับแต่สองคนขึ้นไปก็ดี...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 283
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดแสดงความคิดเห็นของตน ซึ่งคิดเห็นโดยสุจริต ในลักษณการที่กล่าวต่อไปในมาตรานี้ คือว่า (1) ในการที่จะแสดงความชอบธรรมของตน หรือในการที่จะต้องต่อสู้ป้องกันตน หรือในการป้องกันประโยชน...
ย่อสั้น
พระภิกษุเมาสุราไปด่าท้าทายจำเลย จำเลยไปแจ้งความต่อผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านแนะนำให้ไปแจ้งต่อเจ้าคณะหมวดเพราะผู้ด่าท้าทายเป็นสงฆ์ จำเลยจึงไปร้องต่อเจ้าคณะหมวด เจ้าคณะหมวดเรียกพระภิกษุนั้นมาแจ้งข้อหาให้ทราบ พระภิกษุปฏิเสธ จำเลยยืนยันต่อหน้าบุคคลหลายคนว่าพระภิกษุนั้นเมาสุราไปด่าท้าทายจริงๆ จนในที่สุดเจ้าคณะหมวดไกล่เกลี่ยยอมเลิกแล้วต่อกัน ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยกล่าวโดยสุจริตตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 283(1)
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานแจ้งความเท็จและ หมิ่นประมาท ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 118, 158, 282 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 118, 282 จำเลยที่ 2 ผิดตามมาตรา 282 ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกา เชื่อคำพยานจำเลย ฟังข้อเท็จจริงว่าวันโจทก์หาโจทก์เมาสุรามาด่าท้าทายนายหรั่งอยู่ห่างบ้านจำเลยราว 1 เส้น จำเลยที่ 1 ใช้จำเลยที่ 2 ออกไปดู จำเลยที่ 2 ไปดูห่างโจทก์เพียง 5 วา แล้วกลับมาบอกจำเลยที่ 1 ผู้เป็นมารดา จำเลยที่ 1 จึงไปร้องเรียนต่อนายคำผู้ทำการแทนผู้ใหญ่บ้าน ขอให้เรียกโจทก์มาว่ากล่าวตักเตือน นายคำแนะนำให้ไปร้องต่อเจ้าคณะหมวด เพราะโจทก์เป็นสงฆ์ จำเลยจึงไปร้องต่อพระภิกษุปลั่งเจ้าอาวาสวัดหลักร้อยเจ้าคณะหมวด พระภิกษุปลั่งเรียกโจทก์มาชี้แจงข้อหาจำเลยให้โจทก์ทราบ โจทก์ปฏิเสธ จำเลยทั้งสองยืนยันต่อหน้าบุคคลมากด้วยกันว่าโจทก์เมาสุราไปด่าท้าทายจริง ๆ พระภิกษุปลั่งเปรียบเทียบให้เลิกแล้วต่อกัน โจทก์ไม่ยอม ต่อมาอีก พระภิกษุปลั่งเรียกคู่ความมาใหม่ จำเลยทั้ง 2 ก็ยังยืนยันตามเดิม ผลที่สุดยอมเลิกแล้วต่อกันบันทึกข้อความลงชื่อคู่พิพาทและพยานไว้ ได้ความดังนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า ในข้อแจ้งความเท็จจึงฟังไม่ขึ้น ข้อหาฐาน หมิ่นประมาท จำเลยไม่มีความผิด เพราะจำเลยได้กล่าวโดยสุจริตตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 283(1) จึงพิพากษายืนให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1070/2493 พระภิกษุเทียม เข็มทอง โจทก์ นางพูน เข็มทอง นางสาวสุข เข็มทอง จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 282 , ม. 283