ฎีกาที่ 360/2493
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
คำฟ้องที่ฟ้องจำเลยหลายคนแต่ข้อกล่าวหาแยกได้เป็น 2 ตอนตอนแรกกล่าวหาว่า จำเลยสมคบกันพยายามลักทรัพย์ ในตอนหลังกล่าวหาจำเลยบางคนฐาน ชิงทรัพย์ ประกอบด้วยเหตุฉกรรจ์อันมีอัตราโทษขึ้นสูงถึง 10 ปี ดังนี้เมื่อจำเลยที่ถูกกล่าวหาในตอนแรกรับสารภาพแล้วศาลพิพากษาลงโทษได้ตามมาตรา 176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า "เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2491 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยนี้ได้บังอาจสมคบกันเป็นคนร้ายเข้าไปในเรือนอันเป็นเคหะสถานที่อยู่อาศัยของขุนเวชการบริรักษ์ โดยจำเลยมิได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้ แล้วกระทำการลักทรัพย์ของขุนเวชการบริรักษ์แต่มีเหตุสุดวิสัยมาขัดขวางเสีย โดยนายโสรส วรสุมันต์ บุตรเจ้าทรัพย์รู้สึกตัว นายจรินทร์จำเลยได้เอาผ้าขาวม้าคลุมศีรษะนายโสรส ๆ ได้ร้องขึ้น จำเลยจึงหลบหนีเอาทรัพย์ไปไม่ได้สมความประสงค์ของจำเลย และนายโสรสวิ่งตามทันนายนรินทร์จำเลย ๆ ได้ใช้ไฟฉายเดินทางตีถูกหน้านายโสรส 1 ทีมีบาดเจ็บ บาดแผลดังปรากฏตามรายงานชัณสูตรของแพทย์ซึ่งโจทก์จะได้นำส่งศาลในวันพิจารณาทั้งนี้เพื่อจะปกปิดการกระทำผิดและเพื่อจะหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาสำหรับความผิดของจำเลย เหตุเกิดที่ ฯลฯ" จำเลยทั้ง 3 รับสารภาพ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ 2 ปากแล้ว พิพากษาว่าจำเลยผิด มาตรา 300,60 จำคุกคนละ 4 ปี นายอุทิศ เป็นเด็กลงโทษกึ่งหนึ่งและลดรับสารภาพกึ่ง คงจำคุกนายอุทิศ 1 ปี นอกนั้นคนละ 2 ปี ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีไม่พอฟังลงโทษนายอุทิศคดีอุฉกรรจ์โจทก์ต้องสืบให้เป็นที่พอใจศาลว่าจำเลยทำผิด พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องเฉพาะนายอุทิศ ลงโทษนายชวลิตตามมาตรา 290, 294 จำคุก 1 ปี ส่วนนายนรินทร์คนเดียวผิดฐาน ชิงทรัพย์ ให้เป็นไปตามศาลเดิม โจทก์ฎีกา เฉพาะนายอุทิศคนเดียวว่า ฟ้องเพียงสมคบกันพยายามลักทรัพย์เมื่อรับสารภาพแล้ว พิพากษาลงโทษได้ ศาลฎีกาเห็นว่า คำฟ้องแยกกล่าวหาเป็น 2 ตอน ๆ แรกกล่าวหาว่าสมคบกันพยายามลักทรัพย์ ตอนหลังกล่าวหานายนรินทร์จำเลยคนเดียวว่าทำร้าย ส.บาดเจ็บ เพื่อปกปิดและหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญา ข้อหาส่วนตัวนายอุทิศเข้ามาตรา 295, 60 ซึ่งอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่ถึง 10 ปี เมื่อรับสารภาพตามฟ้องพิพากษาลงโทษได้ อนึ่งที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษนายชวลิตตามมาตรา 290, 294, 60 นั้นคลาดเคลื่อน แท้จริงนายชวลิตผิดมาตรา 295, 60 เช่นเดียวกับนายอุทิศ แต่โจทก์มิได้ฎีกาในส่วนตัวนายชวลิต จึงไม่มีเหตุแก้ไข พิพากษาแก้ให้จำคุกนายอุทิศ 2 ปี วางโทษกึ่งหนึ่งฐานเป็นเด็กและลดรับกึ่ง คงจำคุก 6 เดือนนับต่อโทษ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 360/2493 อัยการศรีสะเกษ โจทก์ นายอุทิศ สินธุ์ประมา ที่ 1 นายชวลิต ภักดีดินแดน ที่ 2 นายนรินทร์ ทัศนกร ที่ 3 จำเลย ป.วิ.อ. ม. 158 , ม. 176 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 295 , ม. 60 , ม. 300