ฎีกาที่ 1595/2492
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 64
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ด้วยอุบายอย่างใดใด เช่นว่าจ้างวาน หรือบังคับขู่เข็ญขืนใจ ให้ผู้อื่นกระทำความผิดเป็นต้น ท่านว่ามันผู้ใช้นั้นต้องรวางโทษฐานเป็นตัวการ
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 294
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ถ้าหากว่าการลักทรัพย์ได้กระทำประกอบด้วยเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด ดังว่าต่อไปในมาตรานี้ คือ (1) เข้าไปลักทรัพย์ถึงในเคหะสถาน ที่เจ้าทรัพย์มิได้อนุญาตให้มันเข้าไปก็ดี (2) ลักทรัพย์ในสถาน...
ย่อสั้น
คดีอาญา ในชั้นสอบถามและสอบสวน จำเลยคนหนึ่งได้ให้การว่าได้ ลักทรัพย์ ไปให้แก่จำเลยคนอื่น โดยได้รับสินจ้างรางวัลนั้น แม้เป็นคำผู้ร้ายซัดทอด แต่เป็นคำประกอบเหตุผลในทางคดีแสดงความจริงให้เห็นกระจ่างยิ่งขึ้น ศาลรับฟังลงโทษจำเลยได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยที่ 1, 2 ได้จ้างจำเลยที่ 3 ลักสำนวนคดีอาญาหมายเลขดำที่ 89/2491 ของศาลจังหวัดเลย และจำเลยที่ 3 ได้ฉีกเอกสารต่าง ๆ ในสำนวนดังกล่าวไป เพื่อให้สูญหายเสียเพื่อช่วยเหลือพลฯ วิจิตรกับพวกจำเลยมิให้ได้รับอาญาตามกฎหมายขอให้ลงโทษ จำเลยที่ 1, 2 ปฏิเสธ จำเลยที่ 3 รับว่าได้ลักเอกสารต่าง ๆ ตามที่โจทก์ฟ้องไปจริง แต่ยังคงยืนยันว่าลักไปเพื่อประโยชน์ตนเองไม่มีผู้ใดจ้างหรือใช้ให้ลัก ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยทั้ง 3 คนละ 2 ปี ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 64, 294(4) ลดโทษให้จำเลยที่ 3 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1, 2 โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ 3 ให้การในชั้นสอบถามและสอบสวนว่าได้ลักเอาสำนวนความไปให้แก่จำเลยที่ 1, 2 โดยได้รับสินจ้างรางวัลแม้จะเป็นคำผู้ร้ายซัดทอด แต่ก็เป็นเหตุประกอบเหตุผลในคดี แสดงความจริงให้เห็นกระจ่างแจ่มใสยิ่งขึ้น คดีมีคำพยานหลักฐานและเหตุผลเพียงพอที่จะชี้ขาดลงโทษจำเลยที่ 1, 2 ได้ พิพากษาแก้ ให้บังคับคดีไปตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1595/2492 อัยการจังหวัดเลย โจทก์ พลตำรวจวิจิตร ทาป้อง ที่ 1 จำเลย พลตำรวจเจริญ จิตรสนองชาติ ที่ 2 จำเลย นักโทษชายใบ กันควร ที่ 3 จำเลย ป.วิ.อ. ม. 226 , ม. 233