ฎีกาที่ 185/2492
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ก.ม.ลักษณะผัวเมียไม่ได้บัญญัติไว้ว่า ให้มีการแยกสินบริคณห์ โดยไม่ได้ฟ้องหย่า แต่ก็ไม่มีบังคับไว้ว่าถ้ายังไม่หย่า จะต้องบริคณห์ทรัพย์สินกันเสมอไปจะแยกมิได้ การที่จะนำ ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 1472, 1467 มาใช้แก่คู่สมรส ซึ่งสมรสก่อนใช้ ป.ม.แพ่ง ฯ บรรพ 5 จึงไม่เป็นการกระทบกระเทือน ถึงการสมรสหรือสัมพันธ์ใน ครอบครัว ตามความหมายที่ พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติ บรรพ 5 แห่ง ป.ม.แพ่งฯ พ.ศ. 2477 มาตรา 4(1) ยกเว้นไว้แล้วนั้นแต่อย่างใด ฟ้องโจทก์ขอให้แยกสินบริคณห์ถ้าสั่งแยกไม่ได้ จึงขอให้สั่งให้โจทก์มีชื่อร่วมในโฉนด ไม่เป็นคำขอที่ขัดกันและไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม เพราะโจทก์ไม่ได้ขอทั้ง 2 อย่าง โจทก์ขออย่างแรกก่อน ต่อเมื่อไม่ได้ จึงขออย่างที่สอง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยเป็นสามีภริยากัน ระหว่างอยู่กินด้วยกัน เกิดที่ดินเป็นสินสมรส 4 แปลง จำเลยได้เอาที่ดินไปจำนองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ และไม่แบ่งเงินให้โจทก์ จำเลยยักย้ายและจะยักย้ายสินบริคณห์ต่อไปอีก จึงขอให้ศาลสั่งแยกสินบริคณห์ หรือถ้าสั่งไม่ได้ก็ให้โจทก์มีชื่อร่วมในโฉนด จำเลยให้การต่อสู้ว่า การที่โจทก์ขอให้ศาลแยกสินบริคณห์หรือลงชื่อในโฉนด โดยอาศัย ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1472,1467 นั้น ไม่เกี่ยวกับสามีภริยาที่สมรสกันก่อน ใช้ ป.ม.แพ่งฯ ดังระบุไว้ตาม พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติ ป.ม.แพ่งฯ บรรพ 5 พ.ศ. 2477 มาตรา 4(1) และขอให้ศาลวินิจฉัยข้อกฎหมายเบื้องต้น ตามมาตรา 24 ป.ม.วิ.แพ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์มีสิทธิอ้างเหตุที่สามีจัดการให้เกิดเสียหายแก่สินบริคณห์ขึ้น ขอแบ่งสินบริคณห์หรือให้ใส่ชื่อโจทก์ในเอกสารได้ ส่วนการแบ่งทรัพย์ต้องเป็นไปตามกฎหมายเก่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตาม พ.ร.บ. ให้ใช้บทบัญญัติ บรรพ 5 มาตรา 4(1) บทบัญญัติบรรพ 5 ไม่กระทบกระเทือนถึงการสมรส ซึ่งได้มีอยู่ก่อนวันใช้ ป.ม.แพ่งฯ บรรพ 5 ทั้งความสัมพันธ์ใน ครอบครัว อันเกิดแต่การสมรสนั้น ก.ม.ผัวเมียไม่ได้บัญญัติไว้ว่า ให้มีการแยกสินบริคณห์โดยไม่ได้ฟ้องหย่า แต่ก็ไม่มีบังคับไว้ว่า ถ้ายังไม่หย่าจะต้องบริคณห์ทรัพย์สินกันเสมอไป จะแยกมิได้ เรื่องลงชื่อในหนังสือสำคัญก็เช่นเดียวกัน การนำ ป.ม.แพ่งฯ บรรพ 5 จึงไม่กระทบกระเทือนถึงการสมรส หรือสัมพันธ์ใน ครอบครัว ตามความหมายที่ พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่ง ป.ม.แพ่งฯ พ.ศ. 2477 มาตรา 4(1) ยกเว้นไว้นั้นแต่อย่างใด ส่วนคำขอของโจทก์ ขอให้แยกสินบริคณห์ ถ้าสั่งแยกไมไ่ด้ จึงขอให้สั่งให้โจทก์มีชื่อร่วมในโฉนด คำขอเช่นนี้ไม่ขัดกัน ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม เพราะโจทก์ไม่ได้ขอทั้ง 2 อย่าง โจทก์ขออย่างแรกก่อน ต่อเมื่อไม่ได้ จึงขออย่างที่สอง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 185/2492 นางเสริม ศรทอง โจทก์ นายเหมือน ศรทอง จำเลย ป.วิ.พ. ม. 24 , ม. 172 ป.พ.พ. ม. 4 , ม. 1467 , ม. 1472 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม. 4 (1)