ฎีกาที่ 1783/2492
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องว่า ขายฝากที่ดินไว้ แต่ได้ทำสัญญาเป็นซื้อขายกรรมสิทธิ์ต่อกัน โดยไม่มีเจตนาจะผูกพัน หากสัญญาขายฝากที่อ้างไม่ได้ทำต่อหน้าเจ้าพนักงาน ก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าเป็นนิติกรรมอำพรางหรือไม่ เพราะการขายฝากที่อ้างนั้นเป็นโมฆะ (อ้างฎีกาที่ 352/2492)
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า ได้ตกลงขายฝากที่ดินมีโฉนด 1 แปลงไว้กับจำเลยเป็นเงิน 8,640 บาท ไม่ได้กำหนดเวลาไถ่ถอน เพื่อความสะดวกที่จำเลยจะทำสัญญา จำนอง ที่ดินแปลงนี้ต่อธนาคาร โจทก์จำเลยจึงได้ทำสัญญาขายกรรมสิทธิ์ที่แปลงนี้ต่อเจ้าพนักงาน โดยต่างมิได้มีเจตนาผูกพันต่อกันตามสัญญาซื้อขายนี้ บัดนี้จำเลยไม่ยอมให้ไถ่ขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาซื้อขาย จำเลยให้การว่า ได้เจตนาแท้จริงทำสัญญาขายที่ดินสัญญาทำกันเองไม่ใช่ขายฝาก เป็นเพียงคำมั่นให้โจทก์ไถ่คืนใน 1 ปี 6 เดือนเท่านั้น พ้นกำหนดแล้วและเกิน 10 ปี ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน พิพากษาว่าเป็นสัญญาซื้อขายเด็ดขาดสัญญาที่ทำกันเองไม่ใช่สัญญาขายฝาก และพ้นกำหนดแล้ว โจทก์หมดสิทธิให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า สงสัยว่าจะเป็นเรื่องนิติกรรมอำพรางตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 118 ซึ่งจะต้องพิสูจน์กันก่อน พิพากษาให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาต่อไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ไม่จำเป็นที่จะวินิจฉัยว่าเป็นนิติกรรมอำพรางหรือไม่ เพราะที่จะเป็นขายฝากต้องทำต่อหน้าเจ้าพนักงานมิฉะนั้นเป็นโมฆะ โจทก์ฟ้องโดยอ้างว่าเป็นการขายฝาก แต่ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์จำเลยไม่มีทางเป็นขายฝากเช่นนี้ ไม่จำต้องฟังพยานหลักฐานต่อไป พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1783/2492 พระศรีภักดี โจทก์ พระอรรถวิมลบัณฑิตย์ จำเลย ป.พ.พ. ม. 118 , ม. 456 , ม. 491