ฎีกาที่ 1429/2492
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 52
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดกระทำการตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย ท่านว่าผู้นั้นไม่ควรรับอาญา ที่ว่ากระทำการตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายนั้น ท่านอธิบายไว้ดังนี้ คือ (1) การที่กระทำเป็นการต้องตามพระราชกำหนด กฎหม...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 64
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ด้วยอุบายอย่างใดใด เช่นว่าจ้างวาน หรือบังคับขู่เข็ญขืนใจ ให้ผู้อื่นกระทำความผิดเป็นต้น ท่านว่ามันผู้ใช้นั้นต้องรวางโทษฐานเป็นตัวการ
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 249
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดกระทำโดยเจตนาให้ผู้หนึ่งผู้ใดถึงแก่ความตาย ท่านว่ามันฆ่าคนโดยเจตนา มีความผิดให้ลงอาญาแก่มันตามโทษานุโทษเป็นสามสถาน คือ สถานหนึ่งให้ประหารชีวิต ให้มันตายตกไปตามกัน สถานหนึ่งให้...
ย่อสั้น
จำเลยที่ 1 เป็นปลัดอำเภอกับจำเลยที่ 3 เป็นตำรวจได้ควบคุมผู้ต้องหาในข้อหาฐาน หมิ่นประมาท ขัดขวางต่อสู้เจ้าพนักงาน ระหว่างควบคุมผู้ต้องหาหลบหนี จำเลยที่ 1 ได้สั่งให้จำเลยที่ 3 ยิงผู้ต้องหาขณะกำลังวิ่งหนีถึงแก่ความตาย ดังนี้ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ย่อมมีผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนา จำเลยที่ 3 จะอ้างว่าทำตามคำสั่ง โดยเชื่อว่าเป็นการชอบด้วยเหตุผลอันสมควรไม่ได้ การชันสูตรศพนั้นจะไม่ขุดศพขึ้นตรวจดูก็ได้ในเมื่อกรรมการผู้ชันสูตรศพเห็นว่าไม่จำเป็นเพราะได้สอบสวนผู้ชันสูตรศพเดิม และพยานอื่นอันเป็นที่พอใจแล้ว
ย่อยาว
ความว่า นายทองผู้ตายถูกจำเลยจับควบคุมมาระหว่างควบคุมนายทองได้หลบหนีไป จำเลยที่ 1 ที่ 3 และพลฯ บุญมาได้ออกติดตามพบนายทองกำลังวิ่งหนี จำเลยบอกให้หยุด ก็ไม่หยุด จำเลยที่ 1 ร้องบอกขึ้นว่า "ยิง ๆ " จำเลยที่ 3 และพลฯ บุญมา จึงใช้ปืนยิงไปคนละ 2 นัด ในระยะห่างกัน 10 วากระสุนถูกนายทองถึงแก่ความตายในทันใดนั้นเอง โจทก์จึงมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย จำเลยที่ 1 ให้การว่าจำเลยที่ 1 ร้องว่ายิง ๆ เพื่อขู่ให้นายทองกลัว นายทองไม่หยุดจำเลยที่ 1 ก็ไม่ได้ยิง จำเลยที่ 3 ให้การว่าได้ยิงนายทองมิได้มีเจตนาให้ตาย หมายยิงตามแข้งขา เพื่อไม่ให้หลบหนี และจำเลยที่ 3 สู้ว่า จำเลยได้ทำไปตามคำสั่งโดยเชื่อว่าเป็นคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249, 64 ให้จำคุก 20 ปี จำเลยที่ 3 มีผิดตามมาตรา 249 จำคุก 15 ปี ลดฐานคำรับของจำเลยมีประโยชน์แก่ทางพิจารณา คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 13 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 3 มีกำหนด 10 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์แก้เฉพาะบทลงโทษจำเลยที่ 1 เป็นว่ามาตรา 249, 63 นอกจากแก้คงยืน จำเลยที่ 1, 3 ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 สั่งให้ยิงนายทองผู้ต้องหานี้นั้น นายทองต้องหาฐาน หมิ่นประมาท ขัดขวางต่อสู้ทำร้ายเจ้าพนักงานอันเป็นเรื่องเล็กน้อย นายทองก็เป็นคนมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง กับขณะนั้นนายทองก็ไม่มีอาวุธอะไร และไม่มีท่าทีจะต่อสู้อย่างไรด้วย กรณีที่ไม่มีความจำเป็นและสมควรถึงกับจำเลยที่ 1 จะสั่งให้ยิง จำเลยที่ 3 จะอ้างว่าทำตามคำสั่งโดยเชื่อว่าเป็นการชอบด้วยเหตุผลอันสมควรไม่ได้ จำเลยที่ 3จึงไม่มีทางแก้ตัวให้พ้นผิด สำหรับการชันสูตรพลิกศพนั้น ตามกฎหมายเมื่อกรรมการที่ชันสูตรพลิกศพเห็นว่าไม่จำเป็น จะไม่ขุดศพขึ้นดูก็ได้ เรื่องนี้กรรมการได้สอบสวนผู้ชันสูตรเดิมและพยานอื่น ๆ จนเป็นที่พอใจแล้วคงเห็นไม่จำเป็น จึงไม่ขุดศพขึ้นมาดูอีก การชันสูตรพลิกศพรายนี้ย่อมสมบูรณ์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1429/2492 อัยการเชียงใหม่ โจทก์ นายอินทรีย์ ทองสกุล ที่ 1 นายโอ๋ เรือนขัน ที่ 2 จำเลย พลตำรวจอาคม คะกุณา ที่ 3 จำเลย ป.วิ.อ. ม. 83 , ม. 153 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 52 , ม. 249