ฎีกาที่ 1086/2492
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 63
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ในคดีที่บุคคลตั้งแต่สองขึ้นไปกระทำความผิดอย่างเดียวกัน ท่านให้ถือว่าบรรดาผู้ที่ได้ลงมือกระทำความผิดนั้น เป็นตัวการ แลอาจลงอาญาตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นแก่มันทุกคน เหม...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 70
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง แลการที่กระทำนั้น เป็นการละเมิดกฎหมายหลายบทด้วยกัน ท่านให้ใช้บทกฎหมายที่อาญาหนักลงโทษแก่มัน
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 136
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
เจ้าพนักงานคนใดใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ โดยทางอันมิชอบ มันบังคับให้เขาให้หรือให้เขาหาทรัพย์หรือผลประโยชน์อย่างใดใด อันมิควรจะได้ตามกฎหมาย มาให้แก่ตัวมันเองก็ดี หรือให้แก่ผู้อื่นก็ด...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 270
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดมิได้มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่มันใช้อำนาจหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังซึ่งคนผู้หนึ่งผู้ใดไว้ก็ดี หรือกระทำด้วยประการใดใดให้บุคคลผู้หนึ่งผู้ใดปราศจากความเป็นอิสระแก่ตนก็ดี ท่านว่าม...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 299
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ถ้าการชิงทรัพย์นั้น ประกอบด้วยความฉกรรจ์อย่างหนึ่งอย่างใด เช่นว่าไว้ในมาตรา 293 แลมาตรา 295 ท่านว่ามันผู้กระทำผิด ต้องรวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีขึ้นไปจนถึงสิบปี แลให้ปรับตั้งแต่ร้อยบ...
ย่อสั้น
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจที่กำลังรักษาการณ์ในหน้าที่สวมเครื่องแบบและมีอาวุธปืน จำเลยได้จับเจ้าทรัพย์ในลักษณะที่เป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ แล้วจำเลยบังคับให้เจ้าทรัพย์ให้ของกลางแก่จำเลย ก็เรียกได้ว่ามันบังคับให้เขาให้ทรัพย์อันมิควรจะได้ตามกฎหมายแก่ตัวมัน ต้องด้วยข้อบัญญัติตามมาตรา 136 กฎหมายลักษณะอาญา แต่เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐาน ชิงทรัพย์ จึงกลายเป็นความผิดหลายบท แต่ความผิดตามมาตรา 136 มีอัตราโทษหนักกว่า จึงให้วางโทษตามมาตรา 136
ย่อยาว
ความว่าจำเลยเป็นตำรวจประจำการอยู่สถานีตำรวจนครบาลกลางในวันเกิดเหตุจำเลยมีหน้าที่รักษาการอยู่ที่สะพานกษัตริย์ศึกนายฮี้เจ้าทรัพย์ซึ่งไปซื้อเสื้อกางเกง และมุ้งที่ตลาดโบ๊เบ๊เดินทางมาพบจำเลยซึ่งแต่งเครื่องแบบตำรวจมีปืน จำเลยบอกนายฮี้ว่าต้องไปโรงพัก เพราะซื้อของขโมยมา จำเลยจึงจับนายฮี้พาเดินไปทางวัดเทพศิรินทร์ พร้อมด้วยพวกของจำเลยอีกคนหนึ่ง ซึ่งแต่งกายเป็นพลเรือนแล้วจำเลยกับพวกก็ได้แย่งถุงผ้าออกดู และถามถึงของที่อยู่ในตัวอีก จำเลยกับพวกจะตีนายฮี้ ๆ วิ่งหนี และไปแจ้งความโจทก์จึงฟ้องเป็นคดีนี้ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 136, 270, 299, 63 จำเลยปฏิเสธข้อหา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา 270, 136 แต่ให้ลงโทษบทหนัก คือมาตรา 136 จำคุก 5 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 298 ประกอบด้วยมาตรา 293 แต่ให้วางโทษตามมาตรา 299 และเป็นความผิดตามมาตรา 270 อีกบทหนึ่ง ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 299 ซึ่งเป็นบทหนัก มีกำหนด 5 ปี โจทก์ฎีกาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 136 ด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า เวลานั้นจำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีหน้าที่รักษาการณ์ในหน้าที่ สรวมเครื่องแบบและมีอาวุธปืน จำเลยไต่ถามและจับเจ้าทรัพย์ในลักษณะที่เป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่แม้จะมีเจตนาทุจริตอยู่ภายในก็ตามก็เรียกได้ว่าเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ และการที่จำเลยบังคับให้เจ้าทรัพย์ให้ของกลางเหล่านั้นแก่จำเลยก็เรียกได้ว่า มันบังคับให้เขาให้ทรัพย์อันมิควรจะได้ตามกฎหมายแก่ตัวมัน ต้องด้วยข้อบัญญัติมาตรา 136 แต่จำเลยใช้อำนาจขู่เข็ญว่าจะทำร้ายจนต้องด้วยความผิดฐาน ชิงทรัพย์ อีกบทหนึ่งจึงกลายเป็นความผิดหลายบท แต่ความผิดตามมาตรา 136 มีอัตราโทษหนักกว่า พิพากษาแก้ให้วางโทษจำเลยตามมาตรา 136 นอกนั้นยืนตาม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2492 อัยการกรมอัยการ โจทก์ พลตำรวจฯกรุ่น นาคประดิษฐ์ จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 70 , ม. 136 , ม. 299