ฎีกาที่ 1086/2491
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจ ลักทรัพย์ ไป การ ลักทรัพย์ ย่อมมีความหมายว่า บังอาจเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยการทุจริตอยู่ในตัวแล้ว ดังนี้ ฟ้องของโจทก์จึงไม่จำเป็นต้องบรรยายว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตหรือโดยการทุจริต การอุทธรณ์ฎีกาว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์นั้น แม้มิได้ยกขึ้นโต้เถียงในศาลชั้นต้น ก็ยกขึ้นอุทธรณ์ฎีกาได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐาน ลักทรัพย์ จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293 ให้จำคุก 8 เดือน และคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฎีกาของจำเลยว่าฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวว่า จำเลยมีเจตนาทุจริตอันเป็นองค์สำคัญแห่งความผิดการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นผิดฐาน ลักทรัพย์ นั้น เห็นว่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจ ลักทรัพย์ ไป การ ลักทรัพย์ ย่อมมีความหมายว่าบังอาจจะเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยการทุจริตอยู่ในตัวแล้วจึงเป็นฟ้องที่ครบองค์แห่งความผิด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2491 อัยการสมุทรสงคราม โจทก์ นายเจือ หรือจิ๋ว ศรีสังวาลย์ จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 293 ป.วิ.อ. ม. 158 , ม. 195