ฎีกาที่ 420/2491
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เดิมจดทะเบียน จำนอง ที่ไว้แก่เขาภายหลังตกลงเปลี่ยนเป็นทำสัญญาจดทะเบียนขายฝากดังนี้ เป็นการแปลงหนี้ จำนอง เดิมเป็นขายฝากสัญญา จำนอง เดิมเป็นอันระงับสิ้นไปในตัว บังคับตามสัญญาขายฝากได้โดยไม่จำต้องจดทะเบียนเพิกถอนสัญญา จำนอง เดิมเสียก่อน การตกลงกันให้เอาดอกเบี้ยที่ค้างอยู่กว่า 5 ปีตามสัญญา จำนอง มาคิดรวมเป็นต้นเงินในสัญญาขายฝากที่ทำขึ้นใหม่นั้นหาต้องห้ามตามกฎหมายไม่
ย่อยาว
ได้ความว่า เดิมโจทก์ได้จดทะเบียน จำนอง ที่พิพาทไว้แก่จำเลยเป็นเงิน200 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี แล้วจำเลยได้เช่าที่ จำนอง นี้ส่วนหนึ่งปลูกเรือนอยู่ ต่อมาทั้งสองฝ่ายได้ตกลงแปลงหนี้ จำนอง เดิมเป็นจดทะเบียนขายฝากโดยเพิ่มต้นเงินขึ้นอีก 160 บาทรวมเป็นต้นเงิน 360 บาท ต้นเงินที่เพิ่มขึ้นนี้ โจทก์ยอมให้คิดจากดอกเบี้ย จำนอง เดิมที่ค้างอยู่กว่า 5 ปีแล้ว ตามสัญญาขายฝากกำหนดเวลาไถ่ถอนไว้ 2 ปี ครบกำหนดโจทก์ไม่ไถ่คืน จำเลยจึงเอาที่เป็นสิทธิ ส่วนค่าเช่าเดิมครั้งยัง จำนอง อยู่ จำเลยได้ชำระให้โจทก์ไปเสร็จแล้ว บัดนี้โจทก์มาฟ้องขอให้ทำลายสัญญาขายฝาก อ้างว่าถูกกลฉ้อฉล ศาลชั้นต้นเห็นว่า การขายฝากทำกันโดยสุจริต พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์ได้ตกลงเปลี่ยนเป็นทำสัญญาจดทะเบียนขายฝากให้แก่จำเลยแล้ว ก็เป็นการแปลงหนี้ จำนอง เดิมเป็นขายฝากสัญญา จำนอง เดิมเป็นอันระงับสิ้นไปในตัว บังคับตามสัญญาขายฝากได้โดยไม่จำต้องจดทะเบียนเพิกถอนสัญญา จำนอง เดิมเสียก่อน และการที่ตกลงเอาดอกเบี้ยที่ค้างอยู่กว่า 5 ปี มาคิดรวมเป็นต้นเงินในสัญญาขายฝากด้วยนั้น ก็หาต้องห้ามตามกฎหมายไม่ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 420/2491 นายฟู นึกหมาย โจทก์ นายชอบ สมหวัง จำเลย ป.พ.พ. ม. 166 , ม. 349 , ม. 491 , ม. 702