ฎีกาที่ 653/2491
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
ฟ้องหาว่าจำเลยแจ้งความเท็จโดยปลอมลายมือชื่อโจทก์ในใบแจ้งย้ายว่า จำเลยย้ายเข้ามาอยู่ในห้องเลขที่ 91 โดยเป็นความเท็จ เมื่อปรากฏว่า จำเลยได้เข้ามาอยู่ในห้องนั้นจริง และชี้ไม่ได้ว่าลายเซ็นของโจทก์ปลอม จำเลยก็ไม่มีผิดฐานแจ้งความเท็จ จำเลยเข้าไปอยู่ในห้องพิพาทโดยเชื่อโดยสุจริตว่าจำเลยมีสิทธิครอบครองห้องพิพาท จำเลยไม่มีผิดฐาน บุกรุก
ย่อยาว
ได้ความว่า จำเลยเป็นผู้เช่าห้องเลขที่ 91 จากทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จำเลยได้เซ้งห้องนี้แก่นายยุ่นจอง ๆ เซ้งให้นายกีเชียง ต่อมาทรัพย์สินต้องการทำสัญญาเช่าใหม่ วางหลักเกณฑ์ไว้ว่าผู้ขอต่อสัญญาได้ต้องเป็นผู้เช่าเดิม และยังมีตัวอยู่ในห้องเช่าเดิม จำเลยกับนายกีเชียงจึงตกลงกันว่า ให้จำเลยไปแจ้งย้ายทะเบียนเข้ามาอยู่ในห้องเลขที่ 91 โดยเป็นผู้อาศัยนายกีเชียงในใบแจ้งย้ายมีนายกีเชียงเซ็นรับรอง แล้วจำเลยก็ไปทำสัญญาเช่ากับทรัพย์สินสำเร็จเรียบร้อยและเข้ามาอยู่ในห้อง โดยนายกีเชียงไม่ทราบเพราะนายกีเชียงไม่อยู่ เมื่อนายกีเชียงกลับมา จำเลยขอให้นายกีเชียงออกจากห้องนี้ไป แต่จำเลยไม่ยอมให้เงินค่าเซ้งห้องที่นายกีเชียงเสียไป นายกีเชียงจึงไม่ยอมออกเกิดทะเลาะกันนายกีเชียงจึงไปแจ้งความ จำเลยถูกฟ้องฐานปลอมใบแจ้งย้าย แจ้งความเท็จ และ บุกรุก ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานแจ้งความเท็จ และ บุกรุก ยกฟ้องฐานปลอมหนังสือ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานปลอมหนังสือเป็นอันถึงที่สุดเพราะโจทก์ไม่อุทธรณ์ และเห็นว่าจำเลยได้ย้ายเข้ามาอยู่ในห้องเลขที่ 91 จริง เมื่อฟังไม่ได้ว่าลายเซ็นนายกีเชียงในใบแจ้งย้ายปลอมจำเลยไม่มีผิดฐานแจ้งความเท็จ ความผิดฐาน บุกรุก นั้น จำเลยเข้าใจว่า จำเลยมีสิทธิเข้าครอบครองห้องพิพาทได้ เพราะได้ต่อสัญญาเช่าจากทรัพย์สินในนามของจำเลยแล้วจึงไม่มีความผิด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 653/2491 พนักงานอัยการและนายกีเชียง โจทก์ นายฟ้อนเซ็น แซ่หว่อง จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 118 , ม. 329 ป.พ.พ. ม. 1367