ฎีกาที่ 526/2491
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
เข้าไปยกหีบบรรจุทรัพย์ซึ่งวางอยู่บนร้านที่เจ้าทรัพย์นอนต่อหน้าเจ้าทรัพย์ผู้กำลังนั่งอยู่ที่ร้านนั้น พอคว้าหีบเจ้าทรัพย์ก็แย่งไว้ หีบจึงหลัดตกน้ำลงไปกลับใช้อาวุธทำร้ายเจ้าทรัพย์แล้วหนีไปแต่ตัวดังนี้ เป็นผิดฐานพยายาม ชิงทรัพย์ เท่านั้น โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนว่าจำเลยปล้นโดยทำให้เจ้าทรัพย์บาดเจ็บขอให้ลงโทษตามมาตรา 301,298 แต่ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยพยายาม ชิงทรัพย์ กระทำให้เจ้าทรัพย์บาดเจ็บ ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยฐานพยายาม ชิงทรัพย์ ตามมาตรา 300,60 โดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคท้ายได้เพียงแต่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้โจทก์แถลงการณ์ด้วยวาจาเท่านั้น ยังไม่เป็นการจำเป็นที่จะต้องให้ศาลอุทธรณ์ทำการพิจารณาพิพากษาใหม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานสมคบกับพวกปล้นทรัพย์ของนายไป๋ ขอให้ลงโทษตามมาตรา 301 คดีได้ความว่า จำเลยผู้เดียวเข้าไปยกหีบบรรจุทรัพย์ซึ่งวางอยู่บนร้านที่นายไป๋นอนต่อหน้านายไป๋ ผู้กำลังนั่งอยู่ที่ร้านนั้น พอจำเลยคว้าหีบ นายไป๋ก็แย่งไว้ หีบพลัดตกน้ำลงไป จำเลยทำร้ายนายไป๋ด้วยมีดและไม้แล้วหนีไปแต่ตัว ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา 298, 60 เพราะจะลงโทษตามมาตรา 300 ก็เป็นการเกินคำขอของโจทก์ จำคุก 3 ปี 4 เดือนโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษตามมาตรา 301 และยื่นคำร้องขอแถลงการณ์ด้วยวาจา จำเลยอุทธรณ์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ในข้อแถลงการณ์ด้วยวาจา โจทก์ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 205 วรรคต้น จึงไม่อนุญาต ส่วนข้อกฎหมายเห็นว่า โจทก์อ้างมาตรา 301 อยู่แล้ว หากจะไม่อ้างมาตรา 298 เสียเลย ศาลก็ลงโทษจำเลยตามมาตรา 300 ได้ เพราะโจทก์ระบุในฟ้องชัดเจนว่าจำเลยมีศาสตราวุธทำการ ชิงทรัพย์ และทำร้ายเจ้าทรัพย์ถึงบาดเจ็บศาลลงโทษจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย พิพากษาแก้จำคุกจำเลยตามกฎหมายอาญา มาตรา 300 และ 60 มีกำหนด 5 ปี โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความดังกล่าวเห็นว่าจำเลยยังไม่ได้เอาทรัพย์ไป จึงเป็นผิดฐานพยายาม ชิงทรัพย์ และแม้โจทก์จะไม่อ้างมาตรา 300 มา แต่ก็ได้บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนว่า จำเลยปล้นทรัพย์โดยทำให้เจ้าทรัพย์บาดเจ็บ เมื่อพิจารณาได้ความว่าจำเลยพยายาม ชิงทรัพย์ ศาลก็ลงโทษได้ ส่วนข้อที่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้โจทก์แถลงการณ์ด้วยวาจานั้น เพียงเท่านี้ ศาลฎีกาเห็นว่า ยังไม่เป็นการจำเป็นที่จะต้องให้ศาลอุทธรณ์ทำการพิจารณา และพิพากษาใหม่ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 526/2491 อัยการชุมพร โจทก์ นายสมพร รุ่งเรือง จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 301 , ม. 300 , ม. 298 , ม. 60 ป.วิ.อ. ม. 192