ฎีกาที่ 758/2491
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
คดีก่อนศาลชั้นต้นได้พิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยจนเสร็จสำนวนและนัดตัดสิน ถือว่าได้มีการพิจารณาในความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้นแล้ว หากปรากฏว่าในฟ้องมิได้ระบุที่เกิดเหตุ การกระทำผิดที่ไหนนับเนื่องว่าเป็นความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้นส่วนหนึ่ง เมื่อขาดข้อเท็จจริงอันสำคัญไปเช่นนี้ ต้องยกฟ้อง คู่ความมิได้อุทธรณ์คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาด จึงเรียกได้ว่า มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้วสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)
ย่อยาว
ได้ความว่า โจทก์ได้ฟ้องจำเลยในคดีนี้ต่อศาลอาญาครั้งหนึ่งแล้วแต่ในคดีนั้นโจทก์มิได้ระบุฐานที่ซึ่งเกิดการกระทำผิด ศาลอาญาสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์มิได้อุทธรณ์ และได้ยื่นฟ้องคดีนี้ ซึ่งมีข้อความเช่นเดียวกับฟ้องคดีก่อน แต่ระบุฐานที่เกิดเหตุเพิ่มขึ้นเท่านั้นศาลอาญาเห็นว่า คดีของโจทก์เป็นเรื่อง ฟ้องซ้ำ สิทธินำคดีมาฟ้องของโจทก์ระงับไปแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีก่อนศาลชั้นต้นได้พิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยจนเสร็จสำนวนและนัดตัดสินเป็นการแน่ชัดว่า ได้มีการพิจารณาในความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้นแล้ว หากปรากฏขึ้นว่าในฟ้องนั้นมิได้ระบุที่เกิดเหตุ การกระทำความผิดที่ไหนนับเนื่องว่าเป็นความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้นส่วนหนึ่ง เมื่อขาดข้อเท็จจริงอันสำคัญไปเช่นนี้ต้องยกฟ้อง คู่ความมิได้อุทธรณ์คดีเป็นเสร็จเด็ดขาด จึงเรียกได้ว่ามีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 758/2491 นายด๊วด กฤสมัย โจทก์ นายกุยเซียว แซ่เบ้ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. ม. 39 (4) , ม. 158 , ม. 161 , ม. 185