ฎีกาที่ 472/2490
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 122
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ทรัพย์หรือหนังสือซึ่งเป็นของต้องอายัติ หรือเป็นของที่เจ้าพนักงานจะพึงเรียกมาพิจารณาเมื่อกระทำการตามกฎหมายนั้นก็ดี ของเหล่านี้ ถ้าผู้ใดทำให้วิปลาศเสียหาย หรือซ่อนเร้นลักพาเอาไปเสีย...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 290
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ทรัพย์อย่างใดใด อันต้องยึด หรือต้องขายไว้ตามกฎหมาย ถ้าแลผู้ใดจะเป็นเจ้าของทรัพย์นั้นก็ตาม หรือมิใช่เจ้าของก็ตาม บังอาจเอาทรัพย์นั้นไปเสียโดยเจตนาทุจริตไซร้ ท่านว่ามันมีความผิดฐานลั...
ย่อสั้น
การเอาทรัพย์ของตนที่อยู่ในระหว่างยึดหรืออายัดของเจ้าพนักงานกลับคืน อันจะเป็นผิดตาม มาตรา 290 นั้นจะต้องมีเจตนาทุจริต
ย่อยาว
ได้ความว่า โคของจำเลยถูกผู้ร้ายลักไป 1 ตัว จำเลยได้แจ้งให้สารวัตรกำนันช่วยกันออกติดตามไปพบโคที่บ้านนายริผู้ใหญ่บ้านจำเลยเข้าจับโคซึ่งนายริได้ยึดหรืออายัดไว้เพื่อส่งให้เจ้าพนักงานจัดการตามกฎหมายและได้หมิ่นประมาทนายริผู้ใหญ่บ้านกับพวกซึ่งกระทำตามหน้าที่หาว่า ลักทรัพย์ ของจำเลย โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลย ลักทรัพย์ และหมิ่นประมาทเจ้าพนักงาน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำเลยฐานหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานแต่กระทงเดียว ส่วนข้อหาฐาน ลักทรัพย์ นั้นเห็นว่า จำเลยมิได้มีเจตนาทุจริตอันจะเป็นผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 290, 122 ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา คงมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเฉพาะว่า ความผิดตามมาตรา 290นี้ จำเลยจะต้องรู้ว่าทรัพย์นั้นเป็นทรัพย์อันต้องยึดหรืออายัดไว้ด้วยหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้มาตรา 290 จะมิได้ใช้คำว่าจำเลยต้องรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ต้องยึดหรืออายัดเสียก่อน แต่เป็นอันเข้าใจได้โดยปริยายตามนัยบทบัญญัติว่า การที่เอาทรัพย์ของตนที่หายกลับคืนมาตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่โดยมิได้ทำให้วิปลาศเสียหายมิใช่เป็นการกระทำโดยเจตนาทุจริตหรือเจตนาร้าย จำเลยจึงยังไม่มีผิดพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 472/2490 อัยการสุรินทร์ โจทก์ นายสว่าง กับพวก จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 290