ฎีกาที่ 892/2490
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การอ้างว่าได้กรรมสิทธิ์ ที่ดิน ในทางนิติกรรมนั้น จะต้องแสดงให้ปรากฏสิทธิในทางทะเบียนกรรมสิทธิ์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพียงแต่มีชื่อในบัญชีสำรวจเสียภาษี ที่ดิน ของกำนัน หาเป็นการจดทะเบียนการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์อย่างใดไม่ ปลูกสร้างโรงเรือนใน ที่ดิน ของผู้อื่นโดยไม่มีสิทธิอันใดใน ที่ดิน นั้น โรงเรือนที่ปลูกขึ้นย่อมตกเป็นส่วนควบของ ที่ดิน นั้นตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 107 และตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของ ที่ดิน
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องอ้างว่า เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เรือนโดยโจทก์เป็นผู้ปลูกขึ้น จำเลยมาขออาศัยอยู่โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่ต่อไปจึงขอให้ขับไล่ จำเลยต่อสู้ว่าเรือนที่ฟ้องเป็นของบิดาร่วมกับจำเลย โดยนางฟุ้งจำเลยเป็นผู้ออกเงินปลูกสร้าง โจทก์เป็นแต่ผู้อาศัย ไม่มีส่วนเป็นเจ้าของ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ขับไล่จำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ดิน และเรือนยังเป็นของนายผ่องบิดาโจทก์จำเลยอยู่ สำหรับเรือนพิพาทซึ่งปลูกขึ้นใหม่แทนเรือนเดิมใน ที่ดิน นั้นก็ย่อมตกเป็นส่วนควบของ ที่ดิน ที่ปลูกเรือนนั้น นายผอมเป็นเจ้าของ ที่ดิน ย่อมมีกรรมสิทธิ์ในบรรดาส่วนควบทั้งหลายของ ที่ดิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 107 ฉะนั้นใครจะเป็นคนออกเงินปลูกเรือนพิพาทจึงไม่เป็นปัญหาสำหรับคดี จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 892/2490 นางสาวเผื่อน ธรรมเกษร โจทก์ นางฟุ้ง เอมะรุจิ ที่ 1 นายสวย ธรรมเกษร ที่ 2 จำเลย ป.พ.พ. ม. 107 , ม. 1299 , ม. 1311