ฎีกาที่ 457/2489
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 43
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ต่อผู้ใดกระทำโดยเจตนา ผู้นั้นจึงควรรับอาญา ถ้าแลมันมิได้มีใจเจตนาที่จะกระทำ ท่านว่าอย่าให้ลงอาญาแก่มันเลย เว้นแต่เมื่อมันกระทำโดยประมาท ต้องตามลักษณที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่ามีโทษ ท่าน...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 45
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
บุคคลที่กระทำความผิด ไม่รู้กฎหมาย ท่านว่าจะเอาความที่ไม่รู้กฎหมายมาแก้ตัวเพื่อให้พ้นผิดนั้นไม่ได้เลย
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 136
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
เจ้าพนักงานคนใดใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ โดยทางอันมิชอบ มันบังคับให้เขาให้หรือให้เขาหาทรัพย์หรือผลประโยชน์อย่างใดใด อันมิควรจะได้ตามกฎหมาย มาให้แก่ตัวมันเองก็ดี หรือให้แก่ผู้อื่นก็ด...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 137
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
เจ้าพนักงานคนใด เรียก หรือรับ หรือยอมว่าจะรับสินบนเป็นอาณาประโยชน์แก่ตัวมันเองก็ดี ให้ผู้อื่นก็ดี เพื่อที่มันจะกระทำ หรือละเว้นไม่กระทำการอย่างใดใดในหน้าที่ ถ้าหากว่าการที่กระทำหรื...
ย่อสั้น
ความผิดตาม มาตรา 136,137,138 ผู้กระทำจะต้องมีเจตนาทุจริต กำนันเรียกค่าเปรียบเทียบความโดยเข้าใจว่ามีสิทธิเรียกได้ดังนี้ ไม่มีความผิด ปัญหาว่า จำเลยมีเจตนาทุจริตหรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายที่ไม่ยอมให้จำเลยยกเอาข้อที่ตัวไม่รู้กฎหมายมาเป็นข้อแก้ตัวให้พ้นผิดนั้น จะใช้ยันจำเลยได้ต่อเมื่อจำเลยได้กระทำผิดครบองค์ความผิดอันต้องมีโทษตามกฎหมายทุกประการแล้ว
ย่อยาว
คดีได้ความว่า จำเลยเป็นกำนันได้เปรียบเทียบกรณีที่นางปุ้ยเก็บเอาบัวลดน้ำของนางอ่อนไว้ว่าเป็น ลักทรัพย์ ให้นางปุ้ยเสียค่าสินไหมให้แก่นางอ่อน 20 บาท แล้วจำเลยเรียกเงินค่าขึ้นศาลกำนัน 1 บาท 20 สตางค์ และชักเงินค่าสินไหมไว้อีก 4 บาท และทำบันทึกข้อตกลงยอมความให้ทั้งสองฝ่ายลงชื่อไว้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานเจตนาทุจริตต่อหน้าที่ ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 136, 137 และ 138 ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์คงฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่มีเจตนาทุจริต เพราะเดิมเมื่อเป็นดินแดนของฝรั่งเศสนั้น กำนันมีอำนาจเปรียบเทียบและชักเงินค่าธรรมเนียมได้จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาในข้อกฎหมายว่า จำเลยจะอ้างความไม่รู้กฎหมายไทยว่ากำนันเปรียบเทียบไม่ได้ แล้วมาอ้างให้พ้นผิดไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดตามที่โจทก์หาตาม มาตรา 136, 137 และ138 แห่งกฎหมายลักษณะอาญานั้น จะต้องปรากฏว่าผู้กระทำมีเจตนาทุจริตเป็นองค์ประกอบ ซึ่งศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า จำเลยไม่มีเจตนาทุจริต จึงเป็นอันยุติเพราะเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา คดีต้องฟังว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิด กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 45 ที่บัญญัติมิให้ยกเอาข้อที่ไม่รู้กฎหมายมาแก้ตัวให้พ้นผิดนั้น ย่อมหมายความว่า บุคคลได้กระทำผิดครบองค์ความผิดทุกประการแล้ว แต่หากอ้างว่าไม่รู้ตัวกฎหมายที่บัญญัติไว้ว่าเป็นความผิด ซึ่งไม่ใช่กรณีนี้ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 457/2489 อัยการนครจัมปาศักดิ์ โจทก์ นายแช่ม ประเสริฐรัตน์ จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 43 , ม. 45 , ม. 136 , ม. 137 , ม. 138 ป.วิ.อ. ม. 219 , ม. 222