ฎีกาที่ 721/2489
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 334
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ลักษณความผิดลหุโทษ ฐานล่วงละเมิดอำนาจการปกครองบ้านเมือง แลล่วงละเมิดอำนาจโรงศาล (1) เมื่อนายพนักงานตรวจตระเวนถามชื่อแลตำแหน่งแห่งที่อยู่ของผู้ใด ถ้าแลมันอำพรางไม่บอกให้เขาทราบก็ดี...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 336
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ความผิดลหุโทษ ในฐานประทุษฐร้ายต่อทางไปมา แลทางส่งวัตถุแลของ ๆ สาธารณชน (1) ผู้ใดกีดกันทางหลวง โดยใช้เหตุเช่น มันเอารถ หรือยานอย่างอื่น หรือสิ่งใดใด ไปทอดทิ้งไว้ ให้สามารถจะเกิดอันต...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 338
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ความผิดลหุโทษ ในฐานประทุษฐร้ายแก่ร่างกาย (1) ผู้ใดบังอาจขว้างปาผู้อื่น ด้วยของโสโครก หรือด้วยก้อนหินก้อนอิฐ หรือด้วยของแขงกระด้างสิ่งใดใด แต่มิได้ต้องตัวบุคคลผู้ใด ท่านว่ามันมีความ...
ย่อสั้น
การที่จำเลยได้รับอนุญาตให้จับจอง ที่ดิน คร่อมทางหลวงนั้นหาอาจทำให้เกิดสิทธิแก่จำเลยที่จะปิดกั้นทำประโยชน์ทางหลวงนั้นได้ไม่ เพราะการจับจองนั้นขัดต่อกฎหมาย หากจำเลยปิดกั้นทางหลวงนั้น ก็เป็นผิดทางอาญา นายอำเภออนุญาตให้จำเลยจับจอง ที่ดิน ทางหลวง ภายหลังสั่งให้จำเลยรื้อสิ่งกีดขวางทางหลวง ซึ่งจำเลยทำไว้เมื่อได้รับใบเหยียบย่ำแล้ว จำเลยขัดขืนไม่ทำตามสั่งดังนี้ ไม่เป็นผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน เพราะคำสั่งของนายอำเภอไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อยาว
ได้ความว่า จำเลยได้รับใบเหยียบย่ำให้จับจอง ที่ดิน แปลงหนึ่งซึ่งคร่อมทางสาธารณะอันเป็นทางหลวงสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันครั้นแล้วจำเลยได้บังอาจปิดทางสาธารณะดังกล่าวนั้นเสียโดยโค่นต้นไม้ใหญ่ขวางทาง และปลูกต้นไม้ลงในทาง นายอำเภอได้ออกคำสั่งให้จำเลยเปิดทางสาธารณะนั้นภายในกำหนด 7 วัน จำเลยขัดขืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง โจทก์ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 336(2), 334(2) และ 71 ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ลงโทษฐานปิดกั้นทางหลวงกระทงเดียวส่วนข้อหาฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานให้ยก โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยปิดกั้นทางหลวงนั้น จำเลยจะอ้างสิทธิจากใบเหยียบย่ำไม่ได้ เพราะการจับจอง ที่ดิน ตามกฎหมายเรื่อง ที่ดิน จะมีได้แต่เฉพาะ ที่ดิน รกร้างว่างเปล่าและ ที่ดิน ซึ่งมีผู้เวนคืนทอดทิ้ง หรือกลับมาเป็นของแผ่นดินโดยประการอื่นเท่านั้น ทางหลวงไม่ใช่ทรัพย์ดังว่านี้ ผู้ใดจะได้รับอนุญาตให้จับจองหาได้ไม่จำเลยย่อมต้องรู้กฎหมายข้อนี้ด้วย เมื่อจำเลยรู้แล้วว่าเป็นทางหลวง แต่บังอาจปลูกสิ่งใด ๆ ล้ำเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยชอบก็ต้องมีผิดฐานกันทางหลวงดังโจทก์ฟ้อง ส่วนฎีกาโจทก์ที่ขอให้ลงโทษฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานนั้น โจทก์อ้างพระราชบัญญัติปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 ซึ่งให้อำนาจกรมการอำเภอ ศาลฎีกาเห็นว่าตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นหน้าที่ของกรมการอำเภอจะต้องคอยตรวจตรารักษาอย่าให้ผู้ใดเกียดกันเอาไปเป็นอาณาประโยชน์แต่เฉพาะตัวแต่เรื่องนี้ปรากฏว่านายอำเภอเองออกใบเหยียบย่ำให้จำเลยจับจองทางหลวง คำสั่งของนายอำเภอให้จำเลยเปิดทางหลวงจึงไม่เป็นคำสั่งที่นายอำเภอปฏิบัติตามหน้าที่ ไม่เป็นคำสั่งหรือคำบังคับอันชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายืนศาลล่าง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 721/2489 พนักงานอัยการจันทบุรี โจทก์ นายอุ๋ย บุญพิทักษ์ จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 336 (2) , ม. 334 (2)