ฎีกาที่ 611/2488
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 71
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
เมื่อศาลพิจารณาเห็นว่าผู้ใด มีความผิดหลายกะทง ในคำพิพากษาอันเดียวกัน ศาลจะพิพากษาลงโทษตามกะทงความผิดทุกกะทงก็ได้ แต่เมื่อรวมโทษทุกกะทงเข้าด้วยกัน ถ้าจะต้องจำคุก อย่าจำให้เกินยี่สิบ...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 249
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดกระทำโดยเจตนาให้ผู้หนึ่งผู้ใดถึงแก่ความตาย ท่านว่ามันฆ่าคนโดยเจตนา มีความผิดให้ลงอาญาแก่มันตามโทษานุโทษเป็นสามสถาน คือ สถานหนึ่งให้ประหารชีวิต ให้มันตายตกไปตามกัน สถานหนึ่งให้...
- ต้นทาง
กฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 293
พ.ศ. 2451 · ตรงจากแหล่ง
ถ้าหากว่าการลักทรัพย์ได้กระทำประกอบด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังว่าต่อไปในมาตรานี้ คือ (1) ลักทรัพย์เขาในเวลากลางคืนก็ดี (2) ลักทรัพย์เขา โดยปีนบ่าย หรือตัดช่องเข้าไปลักภายในบริเวณ...
ย่อสั้น
จำเลยขู่เจ้าทรัพย์ ว่าของที่เจ้าทรัพย์มีอยู่เป็นผิดกฎหมายจะต้องถูกปรับ ถ้าไม่อยากขึ้นโรงศาลก็ต้องให้ของและเงินแก่จำเลย ฝ่ายเจ้าทรัพย์กลัวจะถูกฟ้องจึงยอมให้เงินแก่จำเลยไม่ใช่เพราะกลัวถูกทำร้าย ดังนี้ไม่เป็นความผิดฐาน ลักทรัพย์ หรือชิงทรัพย์
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันทำการ ลักทรัพย์ และใช้วาจาขู่เข็ญเจ้าทรัพย์เพื่อให้เป็นความสดวกในการที่จำเลยกับพวกจะเอาทรัพย์นั้นไป ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 293,249,71 และให้คืนหรือใซร้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์ จำเลยปฏิเสธ ส่วนของกลางต่อสู้กรรมสิทธิว่าเป็นของจำเลยแต่ละคนที่จับได้ ศาลชั้นต้นตัดสินว่า จำเลยสมคบกัน ลักทรัพย์ โดยปลอมว่าทำการตามอำนาจอันชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่เป็นผิดฐานชิงทรัพย์ เพราะเป็นแต่ขู่ว่าไม่ให้ถึงโรงศาลจะต้องให้เงินแลซอง ให้จำคุกคนละ 4 ปีตาม ม.293 และใช้ราคาทรัพย์ 140 บาท 30 สตางค์แก่เจ้าทรัพย์ด้วย ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นายปั่น นายสันติคดีไม่มั่นคงพอจะให้ฟังว่าได้สมคบกับนายเชื้อนายอู๋จำเลย ส่วนนายเชื้อ นายอู๋จำเลยฟังว่าเจ้าทรัพย์ให้เงินแก่นายเชื้อนายอู๋เพราะกลัวจะถูกจับไปฟ้องศาลฐานมีของผิดกฎหมาย ดังนี้จะถือว่าจำเลยบังอาจเอาทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไปโดยมิได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดฐาน ลักทรัพย์ ไม่ได้ จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องปล่อยจำเลยทั้งสี่ไป โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยใช้อุบายขู่เจ้าทรัพย์ว่าของที่เจ้าทรัพย์มีอยู่นั้นผิดกฎหมายจะต้องถูกปรับ ถ้าไม่อยากขึ้นโรงศาลก็ต้องเสียเงินให้แก่จำเลย ฝ่ายเจ้าทรัพย์กลับจะถูกจับไปฟ้องร้องก็ยอมให้ของและเงินแก่จำเลยดังนี้รูปคดีหาใช่โจร ลักทรัพย์ หรือชิงทรัพย์ไม่ โดยเจ้าทรัพย์มิได้มอบให้แก่จำเลยเพราะกลัวจะถูกทำร้าย จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 611/2488 อัยยการราชบุรี โจทก์ นายปั่น นายเชื้อ กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 268 , ม. 288 , ม. 299 ป.วิ.อ. ม. 142