ฎีกาที่ 618/2488
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ฟ้องเรียกทรัพย์ของผู้ตายโดยฟ้องว่าเป็นผู้รับมฤดกและว่าจำเลยไม่ใช่ภริยาชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายและมีสิทธิควรได้ส่วนแบ่งมฤดก ดั่งนี้ศาลตัดสินแบ่งทรัพย์ระหว่างผัวเมียและแบ่งมฤดกได้ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 142 (2) ป.ม.แพ่ง ฯ ม.1636 บัญญัติถึงกรณีเจ้ามฤดกมีภรรยาหลายคนให้ได้รับมฤดกตามลำดับชั้นและส่วนแบ่งดังระบุไว้ใน ม.1635 และบัญญัติให้ภริยาน้อยได้ส่วนแบ่งเพียงกึ่งส่วนของภริยาหลวง คู่ความไม่ได้นำสืบถึงสินเดิมแต่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าทั้งสองฝ่ายมีสินเดิม ฎีกาของจำเลยคัดค้านว่าไม่ชอบแต่มิได้กล่าวว่าการแบ่งเช่นนั้นจำเลยเสียเปรียบอย่างไรหรือควรแบ่งอย่างไร ฎีกาย่อมฟังไม่ขึ้น
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นภริยาและบุตรของนายจำรัสโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยเป็นเพียงแต่นางบำเรอของนายจำรัสซึ่งตายไปแล้ว และมีมฤดกตามบัญชีท้ายฟ้อง คือเรือนปั้นหยา 1 หลังซึ่งจำเลยอาศัยอยู่ กับมีทรัพย์หมายเลข 2 ถึง 7 ตกอยู่ที่จำเลยขอให้ศาลบังคับให้จำเลยคืน จำเลยให้การว่าเป็นภริยาของนายจำรัสโดยชอบด้วยกฎหมาย เรือนเป็นของมารดาจำเลย ทรัพย์หมายเลข 2 ถึง 7 ผู้ตายไม่เคยนำไปให้รักษา ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยเป็นภริยาชอบด้วยกฎหมาย เรือนที่โจทก์ฟ้องเป็นของจำเลย และทรัพย์หมายเลข 2 ถึง 7 โจทก์นำสืบไม่ได้ จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ข้อเท็จจริงฉะเพาะเรื่องเรือนโดยฟังว่าเป็นสินสมรสระหว่างนายจำรัสกับจำเลย ควรแบ่งปันกันได้ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม.142 (2) และการแบ่งสินสมรสให้แบ่งตามกฎหมายลักษณะผัวเมียบทที่ 68 ส่วนการแบ่งมฤดกบังคับตาม ป.ม.แพ่งน ม.1635 (1) จึงให้แบ่งเรือนเป็น 3 ส่วน ให้จำเลย 1 ส่วนเหลืออีก 2 ส่วนเป็นมฤดกของนายจำรัสแล้วให้แบ่งออกอีกเป็น 5 ส่วน ให้แก่โจทก์ 4 คน ๆ ละ 1 ส่วน จำเลย 1 ส่วน จำเลยฎีกาทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาฉะเพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกากล่าวว่าจะวินิจฉัยฉะเพาะปัญหาข้อกฎหมายที่ฎีกามาและฟังตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพะยานหลักฐานในสำนวน ข้อกฎหมายที่จำเลยคัดค้านมามี 1. คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์คืน ไม่มีประเด็นในทางมฤดกที่ศาลอุทธรณ์ให้แบ่งตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม.142 (2) นั้นมิชอบ 2. ในสำนวนมิได้นำสืบถึงเรื่องสินเดิม จึงไม่ชอบที่จะแบ่งอย่างชายหาบหญิงคอน 3. ถ้าจะแบ่งทรัพย์รายนี้ควรแบ่งตาม ม.1636 ไม่ใช่ ม.1635 (1) ในปัญหาข้อ 1 เห็นว่าฟ้องได้บรรยายแล้วว่าทรัพย์เป็นมฤดกซึ่งโจทก์ว่าตกได้แก่โจทก์ฝ่ายเดียวเพราะจำเลยไม่+ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อศาลฟังว่าจำเลยเป็นภริยาชอบด้วยกฎหมาย+ควรได้รับส่วนแบ่งมฤดก ศาลก็ย่อมแบ่งได้ทีเดียว ในปัญหาข้อ 2 แม้คู่ความจะไม่ได้นำสืบถึงเรื่องสินเดิม ศาลอุทธรณ์ให้แบ่งอย่างชายหาบหญิงคอย ก็เท่ากับจำเลยมีสินเดิมกับนายจำรัส จำเลยมิได้กล่าวว่าการแบ่งเช่นนั้น จำเลยเสีย+หรือว่าควรจะแบ่งอย่างไร คำคัดค้านฟังไม่ขึ้น ในปัญหาข้อ 3 เห็นว่า ม.1636 บัญญัติในกรณีเจ้า มรดก +ภริยาหลายคน ให้ได้รับ มรดก ตามลำดับขั้นและส่วนแบ่งดั่งระยะไว้ในมาตรา 1635 ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้มาบังคับมานั้นเอง ทั้งมาตรา 1636 ยังบัญญัติให้ภริยาน้อยได้รับส่วนแบ่งเพียงกึ่งส่วนของภริยาหลวง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยได้ส่วนแบ่งเท่ากับนางสำเนียงโจทก์นั้นก็เป็นคดีแก่จำเลยอยู่แล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 618/2488 นางสำเนียง ครุฑสูตรส่วนตัวและผู้แทนโดยชอบธรรม น.ส.ประภา,น.ส.ประ ทิศ,และ ด.ช.ประพัฒน์ โจทก์ นางพยุง ครุฑสูตร จำเลย กฎหมายลักษณะผัวเมีย บทที่ 68 ป.พ.พ. ม. 1517 , ม. 1635 , ม. 1636 ป.วิ.พ. ม. 142 , ม. 249