ฎีกาที่ 521/2488
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
ที่ดิน ซึ่งอยู่ในเขตต์เวนคืนนั้นทำสัญญาจะซื้อขายต่อกันได้ ทำสัญญาจะซื้อขาย ที่ดิน และกำหนดไปโอนในเวลาซึ่งอยู่ในระหว่างกฎหมายห้ามโอนภายหลังแบ่งแยกโฉนดแล้ว ผู้ซื้อก็ขอบังคับให้โอนได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1-2 เป็นสามีภรรยากัน จำเลยที่ 1 ด้วยความรู้เห็นยินยอมของจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาจะขาย ที่ดิน ซึ่งมีชื่อจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของให้แก่โจทก์ โดยมีข้อสัญญาว่าจะไปโอนที่ต่อเจ้าพนักงานทะเบียน ที่ดิน ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2488 จำเลยได้รับเงินมัดจำไว้แล้ว เมื่อทำสัญญากันแล้ว ที่ดิน รายนี้ถูกตัดถนนและได้แยกโฉนดที่ถูกตัดถนนเรียบร้อยแล้ว จำเลยสามารถจะโอนขาย ที่ดิน ให้โจทก์ได้ แต่จำเลยบิดพลิ้วไม่ทำการโอน จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยรับว่าได้ทำสัญญาขายที่ให้โจทก์จริง แต่ต่อสู้ว่าโจทก์รู้อยู่แล้วว่า ที่ดิน รายนี้จะต้องถูกตัดถนน จำเลยไม่มีสิทธิเอา ที่ดิน ของจำเลยไปทำสัญญาขายให้โจทก์ เพราะเป็นการต้องห้ามตามพระราชบัญญัติทางหลวง สัญญาจะซื้อขายจึงเป็นโมฆะ เงินมัดจำจำเลยได้คืนให้โจทก์ไปแล้ว และว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาด้วย ชั้นพิจารณาโจทก์แถลงว่า ที่ดิน ของจำเลยส่วนที่ถูกตัดถนนได้โอนให้รัฐบาลและได้แก้โฉนดแล้ว ฝ่ายจำเลยรับว่าอยู่ในฐานะที่จะขายได้ แต่ไม่ขายเพราะสัญญาเป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า สัญญาซื้อขายไม่ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติทางหลวงบังคับให้จำเลยไปทำสัญญาโอนขาย ที่ดิน ให้โจทก์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า สัญญาจะซื้อขายไม่เป็นโมฆะ แต่ตามข้อสัญญาได้มีกำหนดเวลาให้ไปโอนกรรมสิทธิกันภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2488 อันเป็นเวลาที่พระราชกฤษฎีกาหวงห้ามยังใช้อยู่เมื่อกำหนดเวลาโอนไม่ได้โดยต้องห้ามตามกฎหมาย นิติกรรมนั้นก็สิ้นผลใช้บังคับไม่ได้ตาม ป.แพ่งมาตรา 153 ให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสัญญาและพฤติการณ์ที่ปรากฎในสำนวนเห็นได้ว่ากำหนดเวลาที่คู่สัญญาตกลงให้ไปทำสัญญาโอน ที่ดิน นั้นไม่ใช่สาระสำคัญของนิติกรรม เพราะไม่มีอะไรที่จะแสดงให้เห็นว่าคู่สัญญามีเจตนาจะไม่ซื้อไม่ขายถ้าไม่ได้โอนกันภายในกำหดคู่สัญญามีเจตนาเพียงถือเอากำหนดเวลาโอนเป็นกำหนดเวลาชำระหนี้เท่านั้น ซึ่งจะต้องบังคับตามประมวลแพ่งฯ มาตรา 205 เมื่อจำเลยยังอยู่ในฐานะที่จะโอน ที่ดิน ให้โจทก์ได้จะอ้างว่าการชำระหนี้ของโจทก์เป็นพ้นวิสัย เพื่อให้คนหลุดพ้นจากการชำระหนี้ไม่ได้และ ที่ดิน อันเป็นการต้องห้ามตามพระราชบัญญัติทางหลวง จำเลยเป็นเพียงทำสัญญาจะซื้อขายเท่านั้น พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ชนะคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521/2488 นางสำอาง เสรีบุตร์ โจทก์ นายโต๊ะ ทรัพย์สนอง นางอ่อน ทรัพย์สนอง จำเลย ป.พ.พ. ม. 113 , ม. 153 , ม. 205 , ม. 219 , ม. 368 , ม. 386 พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2482 ม. 46 , ม. 50