ฎีกาที่ 530/2488
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
บิดามารดาชายทำ สัญญา ว่าขอยกสินสอดแลทองหมั้นให้แก่หญิงสิทธิขาด ตั้งแต่วันทำ สัญญา นั้น ต่อไปจะหย่าร้างกับชายก็ไม่เรียกคืน ครั้นวันแต่งงานชายสินสอดแลทองหมั้นไปให้แก่ฝ่ายหญิงดังนี้ แม้ภายหลังหญิงชายไม่จดทะเบียนสมรส ชายก็เรียกคืนไม่ได้การที่ชายอยู่ในเวลาทำ สัญญา แล้วนำสินสอดแลทองหมั้นไปดังนั้น ย่อมปิดปากมิให้ชายเถียงว่าสินสอดแลทองหมั้นเป็นของตน
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นบิดามารดานางพวง โจทก์ได้แต่งงานกับนางพวง โดยจำเลย สัญญา ว่าแต่งงานแล้วจะนำนางพวงไปจดทะเบียนสมรส ต่อมาจำเลยเอานางพวงไปจากโจทก์และไม่สามารถนำไปจดทะเบียนสมรส โจทก์ฟ้องขอเรียกเงินค่าสินสอด 40 บาท ทองหมั้นทองหนัก 4 บาท กับค่าขนขันหมากผ้าและสิ่งของไหว้ผีรวมเป็นเงิน 1680 บาท คืน จำเลยให้การว่า เงินและทองหมั้นหนัก 4 บาทเป็นของบิดามารดาโจทก์ทำหนังสือยกให้นางพวงแล้ว ของอย่างอื่นโจทก์ทำเพื่อประโยชน์ของโจทก์ จำเลยไม่ต้อรับผิด และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะสินสอดทองหมั้นไม่ใช่ของโจทก์ ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า บิดามารดาโจทก์ได้ทำ สัญญา ให้ไว้แก่นางพวงความว่า "การที่บิดามารดาโจทก์ให้โจทก์ทำการสมรสกับนางพวง สินสอด 40 บาท ทองหมั้น 4 บาทกับเรือน 1 หลังนั้น บิดามารดาโจทก์ยกให้แก่นางพวงแต่วันทำ สัญญา นี้ ต่อไปโจทก์กับนางพวงจะทิ้งขว้างร้างหย่ากันก็ตามใจบิดามารดาโจทก์จะไม่เรียกคืน" และในวันแต่งงานโจทก์ได้นำเงินและทองไปให้จำเลยแล้ว ต้องนับว่า สัญญา ที่บิดามารดาโจทก์ทำยกทรัพย์ให้นางพวงเป็นอันสมบูรณืแล้ว ถึงแม้ทรัพย์นั้นจะเป็นของโจทก์บิดามารดาโจทก์ก็เป็นผู้ทำแทน กาที่ยังไม่ได้จดทะเบียนไม่ใช่ความผิดของจำเลย พิพากษายืนยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า 1. ศาลอุทธรณ์ไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นชี้ขาดข้อเท็จจริงแล้วพิพากษาใหม่ เพราะศาลอุทธรณ์พิพากษาโดยอาศัย สัญญา ยกให้ซึ่งไม่มีฝ่ายใดคัดค้าน 2. ถึงแม้ สัญญา ยกให้ไม่มีวันเดือน ปี ก็ไม่ทำให้ สัญญา เสียถึงใช้ไม่ได้ 3. สัญญา ที่บิดามารดาโจทก์ทำยกทรัพย์ให้แก่นางพวงเป็น สัญญา ยกทรัพย์ให้โดยเด็ดขาด ถึงแม้การทำพิธีแต่งงานจะไม่เป็นการสมรสกันตามกฎหมายเพราะไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็ตาม 4. ถึงแม้ทรัพย์ที่บิดามารดาโจทก์ยกให้แก่นางพวงจะเป็นทรัพย์ของโจทก์ก็ตาม แต่ขณะทำ สัญญา ยกให้โจทก์ก็อยู่รู้เห็นเป็นการปิดปากโจทก์ไม่ให้เถียงว่าเป็นทรัพย์สินของโจทก์ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 530/2488 นายสง่า โจทก์ นายเพิ่ม นางนาก จำเลย ป.พ.พ. ม. 521 , ม. 523 , ม. 535 (4) , ม. 1436