ฎีกาที่ 15-18/2486
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
แม้ว่าฟ้องโจทจะไม่ได้กล่าวว่าโรงเรียนประชาบาลบาเจาะ 1 เปนโรงเรียนประชาบาลที่ทางอำเพอจัดตั้ง แต่ฟ้องโจทได้กล่าวแล้วว่าจำเลยได้รับราชการเปนสึกสาธิการมีหน้าที่ดูแลรักสาเก็บผลประโยชน์รายได้ของโรงเรียนนั้นก็พอคีความได้ว่า โรงเรียนนั้นเปนของอำเพอบาเจาะ, ฟ้องโจทว่าจำเลยกะทำผิดเวลากลางวัน แม้คำพยานโจทไม่ปรากตว่าจำเลยกะทำผิดเวลากลางวัน แต่มิได้โต้เถียงกันมาเรื่องเวลา ต้องฟ้องว่าจำเลยกะทำผิดไนเวลากลางวัน.
ย่อยาว
โจทฟ้องว่าจำเลยรับราชการเปนสึกสาธิการอำเพอบาเจาะมีหน้าที่ดูแลรักสาเก็บผลประโยชน์รายได้ของโรงเรียนประชาบาลบาเจาะ 1 ได้มีเจตนาทุจริต ยักยอก คูปองสวนยางของโรงเรียนไป ขอไห้ลงโทสรวม 4 สำนวนด้วยกัน จำเลยไห้การว่าไม่ได้กระทำผิดดั่งโจทกล่าวหา สาลชั้นต้นและสาลอุธรน์วินิจฉัยต้องกันว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้อง พิพากสาว่าจำเลยมีความผิดตามลักสนะอาญามาตรา 131 พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม 2477 (ฉบับที่ 2) ม. 3 จำคุกรวม 4 สำนวนมีกำหนด 10 ปี ลดตามม. 59 ไห้ 1 ไน 3 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน จำเลยดีกา สาลดีกาเห็นว่าพยานหลักถานของจำเลยไม่พอหักล้างข้อสันนิถานว่าจำเลยได้ทุจริต ยักยอก ไบคูปองยางของโรงเรียนซึ่งจำเลยรับมารักสาตามหน้าที่ ส่วนข้อกดหมายของจำเลยมีดั่งต่อไปนี้ 1. จำเลยว่า ข้อเท็จจิงที่ได้ความตามทางพิจารนาไม่ตรงกับฟ้อง สาลดีกาเห้นว่าการกะทำที่โจทอ้างว่าจำเลยกะทำผิดก็คือจำเลยทุจริต ยักยอก ไบคูปองยางของโรงเรียนซึ่งจำเลยเปนผู้รักสาตามหน้าที่ราชการ ข้อเท็ดจิงอันนี้ทางพิจารนาได้ความตามฟ้อง 2. จำเลยว่า ฟ้องโจทไม่ได้กล่าวแน่ว่าจำเลย ยักยอก ไบคูปองยางหรือ ยักยอก เงินที่ขายไบคูปองได้ สาลดีกาเห็นว่าฟ้องโจทสแดงข้อหาชัดว่าจำเลย ยักยอก ไบคูปองยาง 3. จำเลยว่า ฟ้องโจทไม่ได้กล่าวว่าโรงเรียนประชาบาลบาเจาะ 1 เปนโรงเรียนประชาบาลที่ทางอำเพอจัดตั้งและจำเลยก็ไม่มีหน้าที่จัดการ สาลดีกาเห็นว่า ฟ้องโจทกล่าวแล้วว่า จำเลยรับราชการเปนสึกสาธิการอำเพอบาเจาะมีหน้าที่ดูแลรักสาเก็บผลประโยชน์รายได้ของโรงเรียน พอตีความได้ว่าโรงเรียนนั้นเปนของอำเพอบาเจาะ 4. จำเลยว่า โจทฟ้องว่าจำเลยกะทำผิดไนเวลากลางวัน แต่ตามคำพยานโจทไม่ปรากตว่าจำเลยกะทำผิดเวลากลางวัน สาลดีกาเห้นว่าจำเลยไห้การรับว่าได้ขายไบคูปองยางไปแล้วและมิได้โต้เถียงเรื่องเวลากะทำผิด ทั้งทางพิจารณาก็ไม่ปรากตว่าจำเลยกะทำผิดเวลากลางคืน สาลดีกาเห็นว่า ดีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น จึงพิพากสายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15 - 18/2486 อัยการนราธิวาส โจทก์ นายนิจ ธัมมิกะกุล จำเลย ป.อ. ม. 131 ป.วิ.อ. ม. 158