ฎีกาที่ 506/2485
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
พฤติการณ์ที่เป็นรับของโจรไม่ใช่ลักทรัพย์ พวกเจ้าทรัพย์บันทุกข้าวลงเรือโป๊ะและปิดปากระวางเองแต่มิได้กับเรือถึงกลางทะเลพวกเรือโป๊ะขนข้าวขึ้นจากปากระวาง ถ่ายลงเรือฉลอมมารับซื้อ พวกเรือโป๊ะผิดฐานลักทรัพย์ไม่ใช่ยักยอก และเป็นการลักทรัพย์สำเร็จแต่เมื่อขนข้าวขึ้นพักไว้ที่ปากเรือแล้วส่วนพวกเรือฉลอมมีความผิดฐานรับของโจร
ย่อยาว
ได้ความว่าบริษัทมิตซุยบิชิเจ้าทรัพย์ได้จัดการบันทุกข้าวสารลงเรือน่ำตุ้นอานของนางปุ่นเพื่อไปส่งเรือใหญ่ที่เกาะสีชัง คนของเจ้าทรัพย์เป็นผู้ตรวจตีตราปากระวางแต่ไม่มีคนควบคุมไปด้วย จำเลยที่ 1 ถึง 13 เป็นคนเรือนำตุ้นอาน ถึงกลางทะเลเวลา 23 น. พวกจำเลยได้หยุดเรือทอดสมอ ฝ่ายจำเลยที่ 14 ถึง 19 ซึ่งแล่นเรือฉลอมตามไปได้เข้าเทียมทำาการถ่ายเทข้าวโดยคนในเรือน่ำตุ้นอานเทข้าวขากกระสอบให้ไหลตามผ้าใบไปลงเรือฉลอม คนในเรือฉลอมช่วยโกยข้าวไม่ให้เรือเอียงและช่วยจับเรือ ถ่ายเทข้าวไปได้ 120 กระสอบแล้วแยกทางกันไป ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ 1,2,3,4,8,11,12,13 ตามกฎหมายอาญามาตรา 293(1,11) คนละ 1 ปี 6 เดือน ส่วนจำเลยที่ 5,6,7,9 , 10 คดียังไม่พอลงโทษ สำหรับจำเลยที่ 14ถึง 19 มีความผิดฐานรับของโจรให้จำคุกคนละ 1 ปี 3 เดือน ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการถ่ายข้าวซึ่ง ซื้อขาย กันนี้เป็นเรื่องลักทรัพย์มไม่ใช่ยักยอกเพราะจำเลยมิได้รับมอบหมายอย่างใด คนของโจทก์เป็นผู้ตีตราปิดปากระวางเรือมาก่อนส่วนคนในเรือฉลอมซึ่งช่วยโกยข้าวและจับเรือเห็นว่าเป็นส่วนหนึ่งของการลักทรัพย์เพราะการเอาข้าวขึ้นมาที่ปากเรือยังไม่พ้นความยึดถือของเจ้าของโดยเด็ดขาด จะสำเร็จต่อเมื่อถ่ายลงเรือเล็กแล้ว ฉนั้นจำเลยที่ 14 ถึง 19 จึงผิดฐานลักทรัพย์ด้วย มิใช่รับของโจร จึงพิพากษาแก้บทลงโทษ แต่คงวางโทษตามกำหนดเดิม เว้นแต่จำเลยที่ 8,15,16 ยังไม่ได้ความว่ากระทำผิดให้ยกฟ้อง แต่มีความเห็นแย้งของผู้พิพากษานายหนึ่งว่า การกระทำของจำเลยพวกที่อยู่ในเรือฉลอมควรเป็นผิดฐานรับของโจร มิใช่ลักทรัพย์. โจทย์กับจำเลยที่ 14 ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของพวกเรือน่ำตุ้นอานเป็นการลักทรัพย์ไม่ใช่ยักยอกถูกต้องแล้ว เพราะพวกเจ้าทรัพย์เป็นคนบันทุกข้าวลงเรือและปิดระวางเอง เมื่อถึงปลายทางคนของเจ้าทรัพย์ก็มาเปิดระวางเอง พวกจำเลยไม่ได้รับมอบหมายหรือครอบครองข้าวนั้นแต่อย่างใดเลย และเมื่อพวกบนเรือโป๊ะขนข้าวขึ้นจากระวางวางไว้ที่ปากเรือเตรียมจำหน่ายแก่พวกเรือฉลอม ก็เป็นการลักทรัพย์สำเร็จแล้วเพราะได้เอาไปซึ่งข้าวสารนั้นแล้วเพียงแต่ยังพักไว้ที่ปากเรือเท่านั้น ตามแบบอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ 1153/2484 ส่วนพวกเรือฉลอมที่รับซื้อและช่วยขนไปนั้น โดยรู้ดีว่าเป็นของได้มาจากการกระทำผิด เพราะได้กระทำการกันในเวลาค่ำคืน ในกลางทะเลและด้วยราคาถูก เช่นนี้จึงมีความผิดฐานรับของโจร รวมทั้งจำเลยที่ 15 ด้วย จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ให้จำคุกจำเลยที่ 14,17,18,19 ตามมาตรา 321 กำหนดโทษคงเดิมและจำคุกจำเลยที่ 15 มีกำหนด 1 ปี 3 เดือนเช่นเดียวกัน นอกนั้นคงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 506/2485 อัยยการสมุทรปราการ โจทก์ นายต๊ก แซ่อง กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 293 , ม. 314 , ม. 321.