ฎีกาที่ 73/2485
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
การต้มกลั่นแอลกอฮอล์ ซึ่งถ้าเติมน้ำเข้าดื่มกินมึนเมาได้อย่างสุรา และต้มโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานย่อมเป็นผิดตามกฏหมายสุราผู้ที่สมคบเกี่ยวข้องกับการนี้ได้ชื่อว่าเป็น ตัวการด้วย.
ย่อยาว
ได้ความว่าเจ้าพนักงานสรรพสามิตต์และตำรวจจับจำเลยได้พร้อมกับเครื่องต้มกลั่นสุราเถื่อนและสุราเถื่อนเมื่อเข้าไป จับจำเลยทั้ง 2 อยู่ในห้องต้มกลั่น จำเลยที่ 1 กำลังเทน้ำจากขวดลงในปีบ จำเลยที่ 2 กำลังเขี่ยถ่ายอยู่ที่เตา แอลกอฮอล์ที่จับได้มีแรงแอลกอฮอล์ 20.80 ดีกรีบ้าง 80.50 ดีกรีบ้าง 78.10 ดีกรีบ้าง โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษ จำเลยปฏิเสธ นายหว่างจำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่าได้กลั่นแอลกอฮอล์ มิได้เจตนาต้มกลั่นสุรา. ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าของกลางเป็นสุรา และเครื่องใช้ในการต้มกลั่นสุราพิพากษาว่าจำเลยผิดต่อพระราชบัญญัติ ภาษี ชั้นในมาตรา 38 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2460 มาตรา 1,2,3 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2467 มาตรา 2,3,4 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2476 มาตรา 7,8. จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยที่ 2 ต้มกลั่นแอลกอฮอล์มิได้เจตนาให้เป็นสุรา จะลงโทษตามข้อหาไม่ได้ ส่วนจำเลยที่ 1 เมื่อการกระทำของจำเลยที่ 2 ไม่เป็นผิด ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์. โจทก์ฏีกา ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่า วัตถุที่จำเลยที่ 2 ต้มกลั่นเป็นสุราเถื่อน เพราะสามารถดื่มกินได้เช่นสุราจำเลยที่ 2 ให้การเป็นพะยานตนเองก็กล่าวว่า แอลกอฮอล์ถ้าเติมน้ำเข้าก็ดื่มกินมึนเมาได้อย่างสุรา เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ถือได้ว่าจำเลยได้ต้มกลั่นสุราเถื่อนแล้ว เช่นนี้แอลกอฮอล์ของจำเลยที่ 2 ซึ่งสามารถดื่มกินได้เช่นสุราย่อมผิดกฏหมาย เมื่อการต้มแอลกอฮอล์ดุจคำจำเลยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานแล้ว จำเลยก็ต้องมีความผิดตามกฏหมายสุรา คดีส่วนตัวจำเลยที่ 1 ได้ความว่า เกี่ยวข้องกับการต้มกลั่นรายนี้ ได้ชื่อว่าสมคบกันย่อมเป็นตัวการด้วยกัน จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 73/2485 อัยยการเพ็ชร์บุรี โจทก์ นายนาค นิวาสบุตร ที่ 1 นายหว่าง พัดอนงค์ที่ 2 จำเลย พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2476 ม. 8. ป.อ. ม. 63