ฎีกาที่ 655/2485
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
ในฟ้องโจทก์กล่าวหาจำเลยมีหน้าที่เป็นผู้เก็บรักษาเงินรายได้ของโรงพยาบาล กล่าวบรรยายฟ้องว่าจำเลยยักยอกเงินรายได้ในระหว่างตั้งแต่วันใดถึงวันใดไปเพียงเท่านี้เป็นรายละเอียดอันพอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี มิใช่เป็นฟ้องเคลือบคลุม เสมืยนซึ่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้มอบหมายให้ประจำหน้าที่เป็นหัวหน้ารับและรักษาเงินรายได้ของโรงพยาบาลเทศบาลโดยผู้อำนวยการเป็นผู้มีอำนาจที่จะมอบหมายได้ถือได้ว่าเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ตามกฏหมาย
ย่อยาว
ได้ความว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่เก็บและรักษาเงินรายได้ของโรงพยาบาลกลาง ได้ยักยอกเงินรายได้ของโรงพยาบาลกลางไป ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำเลยตามกฏหมายลักษณะอาญามาตรา 131 และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2477 ฉบับที่ 2 กับให้ใช้เงินแก่โรงพยาบาลกลางด้วย จำเลยฎีกา 1.ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมมิได้ความว่าจำเลยยักยอกเงินประเภทใดไปแต่เมื่อใด ทำให้จำเลยเข้าใจผิดในการต่อสู้คดี 2.จำเลยเป็นแต่เสมียนมิใช่เป็นเจ้าพนักงานหรือพนักงานเทศบาลซึ่งมีหน้าที่รับและรักษาเงินรายได้ของโรงพยาบาล 3. ฟ้องโจทก์ขาด อายุความ ตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา 80 ศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาข้อ 1. ที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมนั้น เห็นว่าฟ้องโจทก์ในเรื่องนี้มิใช่เป็นฟ้องเคลือบคลุม เพราะโจทก์ได้กล่าวบรรยายการกระทำของจำเลยที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดมาพอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ที่ว่าโจทก์มิได้กล่าวว่า จำเลยยักยอกเงินประเภทใดเมื่อใดนั้น โจทก์ได้กล่าวแล้วว่าเงินรายได้ของโรงพยาบาลกลางในระหว่างตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2480 ถึงวันที่ 25 ตุลาคม 24+แล้ว+โจทก์บรรยายยิ่งกว่านี้เป็นไม่ได้เพราะจำเลยเป็นผู้เก็บรักษาเงินอยู่เองและเก็บรักษามาหลายปีแล้ว จำเลยจะยักยอกเอาไปเมื่อใด เป็นการพ้นวิสัยที่จะให้โจทก์บรรยายมาได้ ฎีกาข้อ 2 ที่ว่า จำเลยมิใช่เป็นเจ้าพนักงานและไม่มีหน้าที่เก็บรักษาเงินนั้นจำเลยเป็นเสมียนซึ่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลางได้มอบหมายให้จำเลยประจำหน้าที่เป็นหัวหน้ารับและรักษาเงินรายได้ของโรงพยาบาลมาแต่เมื่อโรงพยาบาลกลางยังขึ้นอยู่แก่กรมสาธารณสุข จำเลยได้รับหน้าที่นี้มาจนโรงพยาบาลกลางโอนไปขึ้นแก่เทศาล จำเลยก็ยังคงรับหน้าที่นี้ตลอดมา เมื่อโรงพยาบาลกลางโอนมาขึ้นแก่เทศบาลจำเลยก็โอนมาด้วยจำเลยจึงเป็นเจ้าพนักงานของเทศบาลประจำโรงพยาบาลกลาง ส่วนหน้าที่เก็บและรักษาเงินของโรงพยาบาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลย่อมมีอำนาจที่จะมอบหมายให้จำเลยกระทำได้โดยชอบ จำเลยจึงเป็นเจ้าพนักงานและมีหน้าที่ตามกฎหมาย จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 655/2485 พนักงานอัยการ โจทก์ นายสำราญ ภมรสูต จำเลย ป.อ. ม. 131 ป.วิ.อ. ม. 158 (5)