ฎีกาที่ 683/2484
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
เคยต้องโทษและพ้นโทษฐาน ลักทรัพย์ มา 2 ครั้งแล้วมาต้องโทษฐานชิงทรัพย์ต้องเพิ่มโทษทวีคูณตามมาตรา 74 จำเลยต้องดทษประหารชีวิตและมีเหตุควรเพิ่มโทษและลดโทษ ถ้าการเพิ่มและลดนั้นไม่เสมอกันแล้วก็ได้แต่ลดโทษอย่างเดียว
ย่อยาว
ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยทำการชิงทรัพย์และฆ่าเจ้าทรัพย์ตาย ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องโทษฐาน ลักทรัพย์ จำคุก 8 เดือน พ้นโทษ พ.ศ.2432 และพ้นโทษฐาน ลักทรัพย์ อีกครั้งหนึ่งอันต้องจำคุก 5 ปี 5 เดือน เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2482 แล้วจึงได้มากระทำผิดในคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา 300,250 ข้อ 5,6 และ 73 วางโทษประหารชีวิต คำขอของโจทก์เรื่องเพิ่มโทษเป็นอันตกไปเพราะเพิ่มไม่ได้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมิได้ทำร้ายผู้ตายด้วย จึงผิดฐานชิงทรัพย์เป็นเหตุให้เจ้าทรัพย์ถึงแก่ความตายเท่านั้นจึงพิพากษาแก้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 300 ตอน 3 และลดโทษ 1 ใน 4 ตามมาตรา 59 คงจำคุก 15 ปี และให้เพิ่มโทษฐานกักกันอีก 7 ปี มีผู้พิพากษาหนึ่งมีความเห็นแย้งโดยไม่เห็นพ้องด้วยในข้อที่ศาลอุทธรณ์ไม่เพิ่มโทษและลดโทษให้จำเลย เห็นว่าต้องเพิ่มโทษจำเลยทวีคูณตามมาตรา 74 และควรลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามมาตรา 59 แต่ตามมาตรา 36 ห้ามมิให้เพิ่มกำหนดเวลาที่จะต้องจำคุกเกินกว่า 20 ปี จึงควรให้จำคุกจำเลย 20 ปีกับให้เพิ่มโทษกักกันอีก 7 ปี โจทก์ จำเลย ฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น และเห็นว่าต้องวางเกณฑ์เพิ่มโทษจำเลยทวีคูณตามมาตรา 74 โทษของจำเลยถึงประหารชีวิตอยู่แล้ว จึงเพิ่มไม่ได้ แต่คำรับของจำเลยชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่ทางพิจารณาอยู่มาก จึงลดให้ 1 ใน 3 ตามาตรา 59 ให้คงลงโทษจำคุก 20 ปีตามมาตรา 250 ประกอบด้วยมาตรา 37 เมื้อพ้นโทษแล้วส่งตัวไปกักกันตาม พ.ร.บ.กักกัน ฯ มาตรา 9 อีก 5 ปี. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 683/2484 พนักงานอัยยการ โจทก์ นายโทนหรือปลั่งศรีเอนก จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 74 , ม. 59 , ม. 39 , ม. 37