ฎีกาที่ 627/2484
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ในคดีที่หาว่าหมิ่นประมาทในเวลาเบิกความเป็นพะยานในศาลนั้น ศาลต้องดูสำนวนเรื่องก่อนประกอบการพิจารณาถ้าปรากฏว่าไม่ใช่คำเบิกความนอกเรื่อง ไม่ใช่จงใจหมิ่นประมาท ก็ไม่เป็นความผิด
ย่อยาว
คดีนี้ได้ความว่าจำเลยถูกอ้างเป็นพะยานโจทก์ในคดีเรื่อง ลักทรัพย์ หรือรับของโจร จำเลยได้เบิกความว่า นายสิบตำรวจโทประเสริฐรักษาสุขพูดกับนายแดงว่า ถ้าเป็นพะยานเบิกความทิ่มตำจำเลยจะให้เงิน 4 บาท ดจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษระอาญามาตรา 282,116 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาว่า เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพแล้ว ก็ลงโทษจำเลยได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามมาตรา 136 แห่งวิธีพิจารณาความอาญาบัญญัติเพียงว่าให้ศาลพิพากษาได้ส่วนจำเลยจะมีดทษหรือไม่ต้องแล้วแต่การกระทำของจำเลยที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องว่าจะเป็นความผิดทางอาญาหรือไม่ ส่วนข้อที่โจทก์คัดค้านว่าที่จำเลยเบิกความเป็นพะยานศาลในคดีก่อนเป็นเรื่องนอกประเด็นจำเลยจงใจกล่าวคำหมิ่นประมาทจึงควรมีความผิดนั้น เห็นว่าในฟ้องของโจทก์ได้บรรยายอ้างสำนวนเรื่อง ลักทรัพย์ หรือรับของโจร ซึ่งเป็นคดีที่ทำให้เกิดฟ้องร้องคดีนี้ขึ้น ตามคำเบิกความของจำเลยในคดีนี้ เมื่ออ่านรวมกันปรากฏชัดว่าไม่ใช่คำกล่าวนอกเรื่อง จำเลยไม่ได้จงใจหมิ่นประมาทผู้เสียหาย จำเลยจงใจเบิกความจะให้ศาลทราบความจริงเพื่อจะให้คำเบิกความของผู้เสียหายซึ่งเป็นพะยานโจทก์ในคดีเดียวกันเสื่อมความเชื่อฟัง โดยมาตรา 43 กฎหมายลักษณะอาญาจำเลยก็ไม่ควรได้รับอาญาอย่างใดแม้จำเลยจะได้ให้การสารภาพว่าได้เบิกความไว้เช่นนั้นจริง จึงพิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 627/2484 อัยยการชลบุรี โจทก์ นายฮี้ แซ่เต็ง จำเลย ป.วิ.อ. ม. 176 , ม. 234