ฎีกาที่ 903-906/2484
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้รับมฤดกคนหนึ่งได้เข้าเป็นผู้ปกครองเด็กตามพินัยกรรม์ของผู้ตายแล้ว จะยกอายุความมรฤกยันเด็กไม่ได้ เจตนาจะให้ ที่ดิน ที่ลูกหนี้ตีใช้หนี้แก่เด็กจึงให้หลงชื่อเด็กเป็นผู้รับโอนในโฉนดดังนี้ ที่ดิน นั้นยอมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเด็กตั้งแต่วันโอน เจตนาจะยกที่ให้แก่เด็ก แต่จดทะเบียนเป็นโอนขายแก่เด็กเด็กก็ย่อมได้กรรมสิทธิ์ ตกลงแลกเปลี่ยน ที่ดิน กัน ฝ่ายหนึ่งโอนทะเบียนให้ อีกฝ่ายหนึ่งทำหนังสือขายให้แก่คนภายนอกโดยผู้รับแลกเปลี่ยนเป็นผู้รับเงินราคาที่ขายได้นั้น อีกฝ่ายหนึ่งจะฟ้องเรียกเงินที่ขายได้นั้นไม่ได้ เงินค่าเช่า ที่ดิน และโรงเรือนย่อมเป็นของเจ้าของ ที่ดิน เด็กอายุ 17 ปี ตายในขณะที่อยู่ในความปกครองของธิดา ส่วนมารดาตายไปก่อนแล้ว มฤดกตกได้แก่บิดาผู้เดียว พี่น้อง ร่วมบิดามารดาไม่มีสิทธิได้รับมฤดก อ้างฎีกาที่ 567/2456 รับเงินของผู้อื่นไว้รักษาและหาผลประโยชน์ เดิมฝากธนาคารไว้ ภายหลังไม่ปรากฎว่าได้ถอนไปหรือได้นำไปหาผลประโยชน์อย่างไร ศาลคิดค่าผลประโยชน์ให้ในอัตราขั้นต่ำที่ฝากธนาคาร เงินรายได้ที่เก็บได้จากทรัพย์ของเด็กนั้น ถ้าเด็กนำสืบไม่ได้ว่าผู้ปกครองใดได้เท่าใดแล้ว ศาลไม่คิดค่าผลประโยชน์ให้
ย่อยาว
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงและตัดสินในข้อกฎหมายดังนี้ 1. ฟังว่าโจทก์สำนวนที่ 1,3 เป็นโอรสกรมพระจันทบุรี ฯ เกิดจากหม่อมอื่นกรมพระจันทบุรี ฯ ทำพินัยกรรมให้โอรสธิดาทั้งหมดอยู่ในความปกครองของหม่อมเจ้าอักษรสมาน เมื่อกรมพระจันทบุรี ฯ สิ้นพระชนม์แล้ว หม่อมเจ้าอัยษรสมานก็ปกครองโจทก์ ศาลฎีกาจึงเห็นพ้องด้วยศาลล่างว่า หม่อมเจ้าอัยษรสมานเป็นผู้ปกครองของโจทก์สำนวนที่ 1,3 จึงเห็นว่าจำเลยจะยกอายุความขึ้นตัดฟ้องโจทก์ผู้อยู่ในความปกครองไม่ได้ 2. เรื่องที่น่าเกี่ยวแก่โจทก์สำนวนที่ 1 ฟังว่า เดิมเป็นของหม่อมเจ้าบรรสารสนิทได้โอนตีใช้หนี้หม่อมเจ้าอัยษรสมาน ๆ ได้ส่งชื่อโจทก์ในสำนวนที่ 1 กับโอรส ธิดาอื่นในโฉนดโดยหม่อมเจ้าอัยษรสมานเจตนายกที่ให้แก่ผู้มีชื่อในโฉนด ศาลฎีกาจึงเห็นว่ากรรมสิทธิ์ ที่ดิน ย่อมโอนจากเจ้าของเดิมมาเป็นของผู้มีชื่อในโฉนดตั้งแต่วันจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติออกโฉนด ที่ดิน ร.ศ. 127 มาตรา 35,39 เงินค่าเช่านาที่ได้ภายหลังวันโอนจึงเป็นของผู้มีชื่อในโฉนด 3. เงินมฤดกของหม่อมเจ้าพรพิพัฒน์ซึ่งเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาของโจทก์สำนวนที่ 2,3 นั้น ได้ความว่าหม่อมเจ้าพรพิพัฒน์สิ้นชีพเมื่ออายุ 17 ปี ยังอยู่ในความปกครองของกรมพระจันทบุรี ฯ ผู้เป็นบิดา มฤดกจึงตกได้แก่กรมพระจันทบุรี ฯ ผู้เดียวตามลักษณมฤดกบทที่ 20 พระราชบัญญัติแก้ไข ลักษณมฤดก ร.ศ.121 ไม่ลบล้างกฎหมาย ลักษณมฤดกบทที่ 20 4. โรงเรือนที่ตรอกสาเกเกี่ยวกับโจทก์สำนวนที่ 3 นั้นฟังว่า หม่อมเจ้าอัยษรสมานทำนิติกรรมจดทะเบียนขายให้แก่โจทก์โดยเจตนาจะให้ที่รายนี้แก่โจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ความจริงเป็นยกให้ โจทก์ก็ย่อมได้กรรมสิทธิ์ตั้งแต่วันจดทะเบียน ค่าเช่าจากโรงเรือนจึงเป็นของโจทก์ ศาลฎีกาให้หักค่าไฟฟ้าและค่าซ่อมเแซมจากค่าเช่า ค่าเช่าเหลือเท่าใดให้จำเลยใช้ แต่เห็นว่าโจทก์จะเรียกเงินผลประโยชน์ไม่ได้เพราะไม่ได้นำสืบว่า ผู้รักษาเงินเอาไปทำผลประโยชน์อย่างไรได้เท่าใด 5. เงินที่กรมพระจันทบุรี ฯ รับพระราชทานมารักษาและหาผลประโยชน์แทน โจทก์สำนวนที่ 2 หมื่นบาท ซื้อแชร์ให้โจทก์เสีย 2150 บาท เหลือนอกนั้นฝากธนาคารได้ดอกเบี้ยร้อยละ 3 กึ่งถึงร้อยละ 4 ต่อจากนั้นจะมีการถอนจากธนาคารอย่างไรไม่ปรากฎ แต่ปรากฎว่าเงินรายอื่น ๆ หม่อมเจ้าอัยษรสมานนำไปหาผลประโยชน์ร้อยละ 7 กึ่งต่อปีขึ้นไป ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อกรมพระจันทบุรี ฯ สิ้นพระชนม์แล้ว หม่อมเจ้าอัยษรสมานพูดกับโจทก์ถึงเงินรายนี้ โจทก์ทูลให้เอาไว้หาผลประโยชน์ต่อไป และเมื่อหม่อมเจ้าอัยษรสมานสิ้นชีพแล้ว ผู้รับมฤดกคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้จัดการมฤดกได้มีหนังสือรับรองหนี้ต่อโจทก์ จำเลยจึงยกอายุความมาตัดฟ้องไม่ได้ และศาลฎีกาเห็นว่าควรคิดค่าผลประโยชน์ให้โจทก์ร้อยละ 3 กึ่งในอัตราอย่างต่ำที่ฝากธนาคารตั้งแต่วันที่กรมพระจันทบุรี ฯ รับมา 6. เงินค่าขายที่บ้านถนนสาธรเกี่ยวกับโจทก์สำนวนที่ 2 ฟังว่าหม่อมเจ้าอัยษรสมานลงชื่อโจทก์เป็นผู้รับจำนองแล้วหลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ภายหลังเก็บค่าเช่าไม่ค่อยได้ โจทก์ถวายคืน หม่อมเจ้าอัยษรสมานจึงโอนที่หัวลำโพงให้แทนโดยใส่ชื่อเป็นเจ้าของร่วมกับผู้อื่น โดยที่หัวลำโพงมีราคามาก แต่ที่ถนนสาธรนั้นไม่ได้โอนคืนมายังหม่อมเจ้าอัยษรสมาน ๆ ได้จัดการโอนขายตรงไปยังผู้ซื้อทีเดียวเพื่อให้เสียค่าธรรมเนียมน้อย ศาลฎีกาจึงเห็นว่าโจทก์ฟ้องเรียกเงินรายนี้ไม่ได้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 903 - 906/2484 หม่อมละเมียด กิติยากรณ์อยุธยา มารดาในฐานะเป็นผู้ปกครองหม่อมเจ้าหญิง กิติปิยาผู้เยาว์ โจทก์ หม่อมเจ้านักขัตมงคล กิติยากร กับพวก จำเลย หม่อมเจ้าหญิงพัฒนคณนา ไชยันต์ โจทก์ หม่อมเจ้านักขัตมงคล กิติยากรกับพวก จำเลย หม่อมเจ้าหญิงกิติมติ กิติยากร โจทก์ ป.พ.พ. ม. 118 , ม. 136 , ม. 162 , ม. 172 , ม. 456 , ม. 518 , ม. 523 , ม. 525 , ม. 657 , ม. 1336 , ม. 1556 , ม. 1569 , ม. 1573 , ม. 1687 ป.ที่ดิน พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน ร.ศ.127 ม. 35 , ม. 39 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมลักษณะมรดก ร.ศ.121