ฎีกาที่ 712/2484
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เอกสารสัญญากู้ได้หายไปเมื่อฟ้องคดีแล้ว และทนายของคู่ความทั้ง 2 ฝ่ายได้เห็นและตรวจสัญญากู้แล้ว รับรองว่าถูกต้องกับสำเนาที่ส่งต่อศาลเช่นนี้ โจทก์ย่อมนำพะยานบุคคลมาสืบแทนสัญญากู้ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์ไป 600 บาท จำเลยที่ 2 เป็นผู้ ค้ำประกัน จำเลยทั้ง 2 ให้การปฏิเสธสัญญากู้และ ค้ำประกัน . ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า หลักฐานพะยานโจทก์ไม่พอฟังว่าจำเลยทั้ง 2 ได้กู้และ ค้ำประกัน ตามฟ้อง จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าเมื่อฟ้องคดีนี้แล้ว สัญญากู้ได้หายไปแต่โจทก์มีพะยานที่เป็นผู้เขียนและลงชื่อเป็นพะยานในสัญญากู้ และ ค้ำประกัน มาสืบได้พรักพร้อมและทนายของคู่ความทั้ง 2 ฝ่าย ได้เห็นและตรวจสัญญากู้แล้ว รับรองว่าถูกต้องกับสำเนาที่ส่งต่อศาล รูปเรื่องไม่น่าคิดเลยว่าพะยานจะกล่าวเท็จ จึงพิพากษากลับให้จำเลยที่ 1 ใช้ต้นเงินและดอกเบี้ย ถ้าจำเลยที่ 1 ใช้ไม่ได้เท่าใดให้จำเลยที่ 2 ใช้แทนจนครบ. จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าแม้สัญญากู้เดิมจะหายไปก็ดี ก็ได้มีสำเนาอันถูกต้องติดท้ายฟ้องมาแล้ว กับโจทก์มีพะยานบุคคลมาสืบสมสัญญากู้ของโจทก์ทุกประการจึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 712/2484 นายเสงี่ยมเล็ก ทรงศิริ โจทก์ นายและมันดีที่ 1 นางเนาะร์หวังเจริญที่ 2 จำเลย ป.พ.พ. ม. 93 (1) (2)