ฎีกาที่ 590/2484
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เมื่อศาลได้กำหนดหน้าที่นำสืบแล้ว ต่อมามีเหตุการณ์เปลี่ยนไป ศาลเดิมมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงหน้าที่นำสืบใหม่ได้ จำนวนเงินที่ระบุไว้ในสัญญา จำนอง สองแสนบาทเป็น จำนวนเงินชั้นสูงที่เอาทรัพย์สินตราไว้เป็นประกันตามประมวลแพ่ง ๆ มาตรา 708 ไม่ใช่เรื่องที่จำเลยยินยอมให้โจทก์เบิกเงินเกินบัญชี
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทำการค้าขายได้ติดต่อกับบริษัทจำเลยซึ่งเป็นธนาคารทำการเปิดบัญชีติดต่อกันตลอดมา โจทก์ได้เอาโฉนดที่ดินไปทำสัญญา จำนอง ไว้กับบริษัทของจำเลยเป็นเงินสองแสนบาทเป็นการประกันหนี้ ซึ่งโจทก์มีสิทธิจะเบิกเงินเท่าใดก็ได้ไม่เกินจำนวนสองแสนบาทโจทก์ได้เบิกเงินราย จำนอง นี้ไปแล้ว 185000 บาท โจทก์ยังมีสิทธิที่จะเลิกได้อีก 15000 บาท แต่บริษัทจำเลยได้สั่งงดและไม่ยอมจ่ายเงินให้โจทก์ก็ตามสัญญา ทำให้การค้าของโจทก์ปันป่วนหยุดชงักขาดทุนและขาดประโยชน์ จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์สองแสนบาท. ในชั้นแรกศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยนำสืบในเรื่องมีการจำกัดจำนวนเงินก่อนแล้วจึงให้โจทก์นำสืบในเรื่องค่าเสียหายต่อมาในวันนัดพิจารณา เมื่อได้ฟังคำแถลงของโจทก์แล้ว ได้สั่งให้โจทก์สืบก่อน และได้สอบถามโจทก์ถึงข้อนำสืบแล้ว จึงได้มีคำสั่งให้งดสืบพะยาน โดยเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว. ศาลชั้นต้นเห็นว่าตามหลักฐานของโจทก์ถือไม่ได้ว่าจำเลยมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องจ่ายเงินให้แก่โจทก์ตามฟ้อง โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหายฐานผิดสัญญาได้ จึงพิพากษายกฟ้อง. โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจเปลี่ยนแปลงคำสั่งในเรื่องหน้าที่นำสืบ และว่าตามสัญญา จำนอง จำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินให้โจทก์ถึงสองแสนบาท ศาลฎีกาเห็นว่าในเรื่องหน้าที่นำสืบนั้น แม้ศาลชั้นต้นจะได้สั่งตามฟ้องและให้คำให้การในเบื้องต้นให้เป็นหน้าที่ที่จำเลยนำสืบก่อน แต่ต่อมาศาลชั้นต้นได้สอบถามโจทก์ ๆ แถลงข้อความรับเข้ามาบางประการเป็นเหตุให้หน้าที่นำสืบเปลี่ยนไปเป็นโจทก์ต้องนำสืบก่อนเช่นนี้ศาลย่อมมีอำนาจเปลี่ยนแปลงได้ หามีบทกฎหมายใดห้ามไม่ และเห็นว่าตามสัญญา จำนอง รายนี้มิได้ระบุจำนวนเงินอันแน่นอนลงไว้ แต่ได้ระบุจำนวนเงินชั้นสูงที่ได้เอาทรัพย์สิน จำนอง นั้นประกันไว้ ตามประมวลแพ่ง ฯ มาตรา 708 ศาลฎีกาเห็นว่าการที่โจทก์เป็นลูกหนี้จำเลยโดยเบิกเงินเกินบัญญชีนั้นมิได้มีกำหนดจำนวนหรือระยะเวลาอย่างไร จึงเป็นสัญญากู้ยืมที่ได้เกิดขึ้นเป็นคราว ๆ ไป สัญญา จำนอง เป็นสัญญาประกันการชำรหนี้ เมื่อเป็นดังนี้ การที่จำเลยไม่ยอมให้โจทก์เบิกเงินเกินบัญชีต่อไปก็อยู๋ในอำนาจของจำเลยทำได้ เพราะเป็นเรื่องที่จำเลยไม่ยอมให้โจทก์กู้เงินอีกจำนวนเงินสองแสนที่ระบุไว้ตามสัญญา จำนอง นั้น ไม่ใช่จำนวนเงินที่เลยผูกพันจะให้โจทก์เบิกเกินบัญญชีได้ถึงเพียงนั้น แต่หากเป็นจำนวนชั้นสูงที่เอาทรัพย์สินตราไว้เป็นประกัน จึงเห็นได้ว่าจำเลยมิได้เป็นผู้ผิดสัญญา จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 590/2484 นายตันฮอเช็ง โจทก์ บริษัทชาร์เตอรแบงค์แห่งอินเดีย ออสเตรเลียและจีน (โดยนายที.อาร์.เว๊ทผู้ จัดการ) จำเลย ป.พ.พ. ม. 714 ป.วิ.พ. ม. 84 , ม. 24