ฎีกาที่ 635/2484
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยจะขอนำสืบว่า สัญญา กู้นั้นเป็นนิติกรรมอำพรางเพราะมิได้รับเงินไปจากโจทก์เช่นนี้ ขอสืบได้เพราะเป็นการขอสืบว่าเอกสารนั้นไม่สมบูรณ์ คำแถลงสั้น ๆ ในชั้นพิจารรานั้น จะถือว่าฝ่ายนั้นสละข้อต่อสู้เดิมไม่ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลย ๆ ให้การรับว่าได้ทำกรมธรรม์ สัญญา กู้โจทก์จริง แต่ต่อสู้ว่าเป้นนิติกรรมอำพราง ชั้นพิจารณา จำเลยแถลงรับว่าได้ทำเอกสารให้โจทก์จริง แต่มิได้รับเงินและไม่เคยชำระดอกเบี้ยให้โจทก์เลย ต่อมาศาลสอบถามจำเลยอีกครั้ง การกู้เงินรายนี้จำเลยไม่ได้รับเงิน สัญญา นั้นเป็นโฆษะ ศาลชั้นต้นสั่งว่างดสืบพะยานแล้ว จำเลยจะสืบว่าไม่ได้รับเงินไปตาม สัญญา นั้นไม่ได้เพราะในเอกสารระบุว่าจำเลยได้รับเงินไปถูกต้องแล้ว จึงสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยเสียพะยานบุคคลในข้อนนี้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยแถลงว่าจะสืบว่าไม่ได้รับเงินไปเลย สัญญา จึงเป็นโมฆะ ส่วนข้อหลอกลวงไม่ได้กล่าวถึงแสดงว่าไม่ติดใจต่อสู้และสืบ สัญญา นี้ทำที่อำเภอ จำเลยจะนำสืบดังนั้นไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าในครั้งแรกจำเลยได้ให้การต่อสู้ไว้แล้วว่าเอกสารที่ดจทก์ฟ้อง เป็นนิติกรรมอำพรางโดยโจทก์หลอกลวงให้จำเลยทำขึ้น จำเลยมิได้รับเงินไปจากโจทก์ส่วนข้อที่จำเลยแถลงต่อศาลในครั้งหลังว่าจำเลยจะสืบว่าการกู้เงินรายนี้ จำเลยไม่ได้รับเงิน สัญญา เป็นโมฆะ แต่จะไม่ได้รับเงินหรือเป็นโมฆะโดยเหตุไรนั้น หาได้กล่าวให้ปรากฎไม่ เห็นว่าที่ศาลจดไว้เพียงเท่านี้ ก็เป็นหัวข้อโดยย่อเท่านั้น ส่วนเหตุอย่างไรนั้นก็คงต้องเป็นไปตามคำให้การเดิมและคำแถลงครั้งแรกของจำเลย เมื่อเป็นเช่นนี้ จำเลยก็น่าสืบได้เพราะเป็นการสืบแสดงว่าเอกสารนั้นไม่สมบูรณ์ตามข้อยกเว้นของมาตรา 94 วรรคท้ายประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงพิพากษากลับ ให้จำเลยมีสิทธินำพะยานเข้าสืบได้ตามข้อต่อสู้ของจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2484 นายสะมะแย บินอับดุลกาเดร์ โจทก์ นางแมะสะปิเยาะ ปิ่นแวขาเดร์ จำเลย ป.พ.พ. ม. 94 , ม. 137 , ม. 182