ฎีกาที่ 735/2484
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การมีไม้สักไม่เป็นความผิดเป็นความผิดต่อเมื่อชักลากความผิดฐานชักลากไม้สักมีอายุความ 5 ปี นับแต่วันชักลาก เมื่อความผิดขาดอายุความฟ้องร้องแล้ว โทษริบทรัพย์ก็ขาดอายุความตามไปด้วย.
ย่อยาว
ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยได้ชักลากปลายไม้สัก 2 ท่อนกับไม้สักอีก 7 ต้น เมื่อราว 9 ปีมาแล้ว และได้ชักลากไม้ 1 ต้นซึ่งยังสดอยู่มนระยะเวลาตัดใหม่ ๆ โดยไม่ได้เสียค่าตอและ ภาษี ไม่มีดวงตราอนุญาตให้ชักลากได้ตามกฎหมายขอให้ลงโทษ ศาลชั้นต้นวินิฉัยว่าอายุความที่จะฟ้องร้องในคดีนี้มีกำหนดเพียง 5 ปี นับแต่วันชักลาก ฉะนั้นปลายไม้สัก 2 ท่อน กับไม้ 7 ต้นขาดอายุความฟ้องร้อง จึงลงโทษจำเลยฉะเพาะไม้ 1 ต้นที่ยังสดอยู่เท่านั้นกับให้ริบไม้ทั้งหมด. โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แก้ฉะเพาะข้อริบไม้สักของกลางว่า ให้ริบแต่ไม้สักที่ยังสดอยู่ต้นเดียว นอกนั้นยืน แต่มีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งมีความเห็นแย้งว่า คดีของโจทก์ไม่ขากอายุความตามคำพิพากษาฎีกาที่ 904 - 905 - 906/2478. โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าในคดีนี้เมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความเป็นพิเศษ คดีก็ย่อมตกอยู่ในหลักอายุความทั่วไปตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายลักษระอาญามาตรา 78 กฎหมายมิได้บัญญัติว่า ผู้ใดมีไม้สักเป็นผิด แต่บัญญัติให้เป็นผิดเมื่อชักลาก คดีนี้ไม้ตกอยู่ที่จำเลยกว่า 5 ปี จึงเห็นได้ว่าจำเลยทำผิดมากกว่า 5 ปีแล้ว คดีจึงขาดอายุความ และเห็นว่าการขอให้ริบทรัพย์เป็นโทษส่วนควบ เมื่อคดีที่กล่าวหาขาดอายุความตามกฎหมายแล้วโทษอุปกรณ์ก็ย่อมรับไว้พิจารณาด้วยไม่ได้ดุจเดี่ยวกัน จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 735/2484 อัยยการอุตตรดิตถ์ โจทก์ นางเฟ้อ ทับขวัญ จำเลย พ.ร.บ.ป้องกันการลักลอบชักลากไม้สักที่ยังไม่ได้เสียค่าตอและภาษี ป.อ. ม. 12 , ม. 78 (3)