ฎีกาที่ 858/2484
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ฟ้องโจทก์กล่าวว่าจำเลยเป็น+กองกำกับการตำรวจเทศบาล มีหน้าที่เกี่ยวแก่การบัญชีพัสดุและการเงินสดในการเบิกจ่ายเครื่องใช้และเครื่องแบบตำรวจเทศบาล+ข้อความอันเป็นหลักฐาน+ลงในใบสั่งตัด เพื่อจะใช้เบิกเงินจากเทศบาล+กรุงเทพฯ และโจทก์เห็นว่าจำเลยมีหน้าที่สลัก+ใบสั่งตัดคืนให้ผู้รับเหมาเพื่อเบิกเงินทางเทศบาล+การสืบนอกฟ้องนอกประเด็น
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ทำทะเบียนตำรวจและจัดการทำฎีกาเบิกสิ่งของเครื่องใช้และเรื่องแบบตำรวจเทศบาล จำเลยที่ 2 มีหน้าที่เกี่ยวแก่การบัญชีพัสดุและการเงินสดเกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 1 ในการเบิกจ่ายสิ่งของเครื่องใช้และเครื่องแบบตำรวจ ได้ ยักยอก ใบสั่งตัดเครื่องแบบนำไปขายแก่ผู้รับเหมาและจดข้อความเท็จลงในใบสั่งตัดมอบให้ผู้รับเหมาเพื่อเบิกเงินจากเทศบาล ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ผิดต่อกฎหมายลักษณอาญามาตรา 131,132,133 และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณอาญา พ.ศ. 2477 (ฉะบับที่ 2) มาตรา 3 จำเลยที่ 2 ผิดตามมาตรา 230 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยที่ 1 ผิดตามมาตรา 131 บทเดียว นอกนั้นพิพากษายืน แต่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งมีความเห็นแย้งว่าจำเลยที่ 2 ไม่ผิดมาตรา 230 เพราะการจดข้อความสลักหลังใบสั่งตัดนั้น ไม่ใช่งานในตำแหน่งหน้าที่ของจำเลย เพราะไม่เกี่ยวแก่การบัญชีอย่างใด การที่โจทก์นำสืบหน้าที่ของจำเลยนอกออกไป จากนี้อีก เป็นการสืบนอกฟ้องไม่ควรรับฟังควรพิพากษาปล่อยจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องโจทก์ได้บรรยายหน้าที่ของจำเลยที่ 2 ว่าไม่ฉะเพาะแต่การบัญชีพัสดุและการเงินสดเท่านั้น ยังได้ความว่ามีหน้าที่เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 1 ในการเบิกจ่ายและใช้ใบสั่งตัดเป็นหลักฐานการเบิกจ่ายเงินให้ผู้รับเหมาดังนั้นการที่โจทก์นำสืบว่า จำเลยที่ 2 มีหน้าที่สลักหลังใบสั่งตัดคืนให้ผู้รับเหมาเพื่อไปเบิกเงินทางเทศบาลดังนี้ จึงไม่เป็นการนำสืบนอกฟ้องประเด็นอย่างไร ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 858/2484 พนักงานอัยยการ โจทก์ นายสิบตำรวจตรีสมบุญ ขุมพลที่ 1 นายสิบตำรวจตรีทองอินทร์ โชวสุภาพ ที่ 2 ป.อ. ม. 130 , ม. 230 ป.วิ.อ. ม. 148 , ม. 192