ฎีกาที่ 1069/2484
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้ครอบครองเคหะสถานอยู่เพียงชั่วคราว แม้จะไม่ใช่เจ้าของเคหะสถานนั้น ก็ย่อมอยู่ในฐานะที่จะร้องทุกข์เอาผิดแก่ผู้มา บุกรุก ได้ ในฟ้องระบุว่าจำเลย บุกรุก เข้าไปในกุฎิอันเป็นเคหะสถานที่อาศัยของเจ้าทุกข์ดังนี้ แสดงว่าเจ้าทุกข์เป็นผู้เสียหายแล้ว
ย่อยาว
ได้ความว่าจำเลย บุกรุก เข้าไปในกุฎิอันเป็นเคหะสถานที่อาศัยของนางสาวสุดใจโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้กำลังกอดปล้ำกระทำอนาจารนางสาวสุดใจ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา 246,329 ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยผิดฐานอนาจารจริง แต่เรื่อง บุกรุก นั้นไม่ได้ความว่ากุฏินั้นใครเป็นเจ้าของ นางสาวสุดใจเป็นแต่เพียงไปพักอาศัย ไม่ใช่เจ้าของหรือผู้ครอบครองกุฏิ จึงไม่อยู่ในฐานะที่เป็นผู้เสียหายที่จะร้องทุกข์หรือฟ้องร้องในความผิดฐาน บุกรุก ได้ จะลงโทษจำเลยฐานนี้ยังไม่ได้ จึงพิพากษาแก้ศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำเลยแต่ตามมาตรา 246 โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องโจทก์ก็ได้บรรยายว่าจำเลยบังอาจ บุกรุก เข้าไปในกุฏิอันเป็นเคหะสถานที่อาศัยของนางสาวสุดใจ และทางพิจารณาได้ความว่านางสาวสุดใจพักอาศัยอยู่ที่กุฎินี้มานานราว 6 เดือนแล้ว เป็นอันฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุนางสาวสุดใจเป็นผู้ครอบครองชั่วคราวซึ่งกุฏิที่เกิดเหตุอันเป็นที่อาศัยคือเป็นเคหะสถานและได้รับความเสียหายจากการที่จำเลย บุกรุก เข้าไปกระทำอนาจาร จึงอยู่ในฐานะที่จะร้องทุกข์เอาผิดแก่จำเลยฐาน บุกรุก ได้ จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ ยื่นตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1069/2484 อัยยการนครปฐม นางสาวสุดใจ โดยนายชั้นผู้ปกครอง โจทก์ นายจัน เจตต์สวน จำเลย ป.อ. ม. 329 , ม. 246 ป.วิ.อ. ม. 28 , ม. 158 (5) , ม. 192