ฎีกาที่ 829/2483
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การที่จำเลยเอา ที่ดิน ไปจำนองเพื่อป้องกันมิให้ถูก++ชำระหนี้ได้เต็มราคาของที่แล้ว จำเลยก็ต้องมีความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 308 ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องศาลไม่จำต้องให้ทนายจำเลยขัดค้านพะยานโจทก์ก็ได้ในเมื่อเห็นว่าแม้จะให้ชัก++ก็ไม่มีผลแก่คดีจำเลย
ย่อยาว
ได้ความว่าเมื่อ พ.ศ. 2470 ศาลแพ่งได้สั่งตั้งให้จำเลยเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์และได้รับเงินของโจทก์ไปรักษาไว้ ครั้นโจทก์บรรลุนิติภาวะจึงไปขอคืน จำเลยก็บิดพลิ้วต่าง ๆ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2482 โจทก์จึงยื่นคำร้องต่อศาลของให้เรียกจำเลยมาสอบถามเรื่องเงินรายนี้ จำเลยก็ไม่มาโจทก์จึงฟ้องเรียกเงินจากจำเลย ๆ ทำสัญญายอมความกับโจทก์เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2482 กำหนดจะใช้เงินให้ภายใน 1 เดือนถึงกำหนดจำเลยก็ไม่ใช้โจทก์สืบทราบว่าจำเลยได้จำนองที่ของจำเลยทั้ง 2 แปลง แก่นายสม เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2482 แล้ว จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญามาตรา 308, 309, ศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์ พิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา 308 จำเลยฎีกาว่า (1) ศาลชั้นต้นไม่ให้จำเลยไม่เป็นการป้องกันการยึด ศาลฎีกาเห็นว่า (1) ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแม้ศาลจะให้ทนายจำเลยชักค้านพะยานโจทก์ก็ไม่มีผลแก่คดีจำเลย เพราะชั้นพิจารณาทนาย จำเลยก็ได้ชักค้านพะยานโจทก์แล้ว (2) การจำนองแม้กรรมสิทธิจะยังอยู่กับจำเลย ก็จริง แต่จำเลยก็ได้เอาค่าแห่งทรัพย์นั้น ไปเพื่อป้องกันมิให้ ที่ดิน นั้นถูกยึดชำระหนี้ได้เต็มราคา จึงมีความผิดตาม ม. 308 แห่งกฎหมายอาญา คดีนี้ จำเลยจำนองเต็มราคาแลไม่มีทรัพย์อื่นอีก ยิ่งแสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาที่จะฟ้องกันมิให้ที่ของจำเลยถูกยึดเลย เพราะจะยึดไปขายทอดตลาดก็ไม่เป็นผลแก่โจทก์พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 829/2483 นางสาวแสวง พรมวิจิตร์ โจทก์ นางชิต มีศรี ล. ป.อ. ม. 308 ป.พ.พ. ม. 702 , ม. 729 , ม. 730 , ม. 731 , ม. 732 ป.วิ.อ. ม. 165